
ปี๋ใหม่เมือง เรื่องสงกรานต์ล้านนา
แล้วเทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนรอคอยก็ผ่านพ้นไป ท่ามกลางความร้อนระอุทางการเมือง โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ หรือที่เรียกว่า ปี๋ใหม่เมือง ชาวล้านนาถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ ที่ราศีมีน (มีนาคม) ย้ายสู่ราศีเมษ (เมษายน) (เดิมจึงไม่ถือตรงกับ 13 เมษายน เสมอไป) ก็ยังมีผู้คนมา
สงกรานต์ หรือที่บางคนเรียกตรุษสงกรานต์ มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึงการที่ดวงอาทิตย์ละทิ้งหรือตัดขาดราศีเก่าย่างสู่ราศีใหม่ ซึ่งมีปีละ 12 ครั้ง และครั้งสำคัญก็คือ การย้ายของราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ที่เรียกว่า มหาสงกรานต์ นั่นเอง การขึ้นปีใหม่ของเราที่ว่า จึงเป็นปีใหม่ตามคติฮินดูดั้งเดิม
สงกรานต์ ไม่ใช่ประเพณีของไทย แต่เป็นพิธีพราหมณ์ในศาสนาฮินดูของอินเดียที่ราชสำนักสยามเอาแบบอย่างมาใช้ รวมไปถึงบ้านเมืองแถบนี้ที่นับถือพุทธ ทั้งลาว เขมร มอญ พม่า สิบสองพันนา ไปจนถึงลังกาก็มี ชาวลุ่มน้ำภาคกลางรับมา ไทยอีสาน ไทยล้านนารับไปอีกต่อหนึ่ง ดังที่ คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ได้อธิบายไว้ในหนังสือ ประเพณี 12 เดือนฯ ว่า “เริ่มต้นมีอิทธิพลในราชสำนักของบ้านเมืองและรัฐบริเวณที่อยู่ที่ราบใกล้ทะเลก่อน...
จากนั้นราว พ.ศ.1200 ถึงแพร่หลายสู่ราชสำนักของบ้านเมืองที่อยู่ลึกเข้าไป เช่น อีสานและลาว รวมทั้งราชสำนักหริภุญไชย ที่ จ.ลำพูน ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ.1400
คนพื้นเมืองดั้งเดิมมีพูดภาษาตระกูลมอญ-เขมร และไทย-ลาว ไม่รู้จักสงกรานต์ของพราหมณ์ แต่มีพิธีกรรมดั้งเดิมเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร เช่น รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่อยู่ก่อนแล้ว เมื่อกลุ่มโยนกนำโดยพญามังรายปราบปรามและยึดครองหริภุญไชยได้สำเร็จ สถาปนารัฐล้านนามีศูนย์กลางที่เชียงใหม่ เมื่อหลัง พ.ศ.1800 ก็รับประเพณีสงกรานต์ไว้ในราชสำนักล้านนาด้วย แต่ก็ยังไม่แพร่หลายถึงคนพื้นเมือง
คนพื้นเมืองล้านนานับเดือนเร็วกว่าคนภาคกลางราว 2 เดือนอยู่แล้ว จึงเพียงรับประเพณีสาดน้ำสงกรานต์ไปจากกรุงเทพฯ หลังสมัยรัชกาลที่ 5 หรือหลัง พ.ศ.2400 แล้วประสมประสานประเพณีดั้งเดิมของตนเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ในเดือนห้าเมษายนตรงกับกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับอีสานและสองฝั่งโขง”
ที่เรียกกันว่า สงกรานต์ คือ ขึ้นปีใหม่ ที่ถูกน่าจะเป็นขึ้นฤดูกาลใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก และควรเกี่ยวข้องกับการนับเดือนที่ต่างกันของชาวภาคกลางและภาคเหนือที่ต่างกันอยู่ 2 เดือน
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"



