
เรือล่ม
เหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำตาลล่มในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งส่งผลความเสียหายทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่อาจคิดเป็นตัวเงินอย่างมากมายมหาศาล นับเป็นตัวอย่างของวิถียุติธรรมที่ไม่ค่อยจะตรงตามวิถีสักเท่าไหร่สำหรับชาวบ้าน
หลายคนที่ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงคือบ้านไม่ได้อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนปลายน้ำถัดจาก จ.พระนครศรีอยุธยา หรือไม่ได้มีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังอาจไม่ค่อยรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมในเรื่องนี้ ติดตามข่าวจากสื่อมวลชนทั่วไปก็รับรู้ว่าภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่ทันการณ์และไม่อาจบรรเทาความเสียหายได้อย่างทั่วถึง
ประเด็นการนำระบบงานยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการบรรเทาหรือชดเชยความเสียหายดูจะเป็นประเด็นรอง จะเป็นด้วยหมดหวังกับความล่าช้าหรือการเข้าไม่ถึง ทำให้ผู้ติดตามข่าวไม่รู้ลึกในรายละเอียดเพราะข่าวสารด้านนี้สื่อมวลชนไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
เรือล่มครั้งนี้นับเป็นกรณีศึกษาของประสิทธิภาพระบบงานยุติธรรมในการเยียวยาแก้ไขปัญหาของชาวบ้านอีกครั้งหนึ่ง การแก้ไขเป็นเพียงการมีความพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นเพื่อให้ชาวบ้านคลายความเดือดร้อนโดยปราศจากบทบาทของระบบงานยุติธรรม
วิถียุติธรรมของไทยจึงเป็นเสมือนกับเครื่องมือที่ไร้เขี้ยวเล็บและไม่อาจเป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้ การพลิกฟื้นบทบาทเพื่อให้เป็นเครื่องมือที่อยู่ใกล้กับชาวบ้านเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำมากกว่าที่เป็นอยู่
ระบบงานยุติธรรมที่พึงประสงค์ของชาวบ้านทั่วไปต้องมีช่องทางที่เข้าถึงง่ายและมีความรวดเร็วในการบรรเทาหรือเยียวยาความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโดยทั่วๆ ไปแล้วระบบที่ว่านี้คือ การช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ซึ่งทุกวันนี้แม้จะมีการให้บริการอยู่บ้างแต่บางเรื่องก็ยังช่วยแบบเกาไม่ถูกที่คัน แถมยังมีเจ้าภาพในเรื่องนี้ไม่เพียงพออีกด้วย
รูปแบบการให้บริการทางกฎหมายก็ต้องมีความหลากหลาย ไม่ใช่เพียงการให้บริการด้วยอำนาจของศาลยุติธรรมเท่านั้น หรือมิฉะนั้นก็เป็นงานบริการด้านการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐที่มักจะเกาไม่ถูกที่คัน เช่นลงโทษปรับ หรือจำคุกเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านไม่ได้ต้องการเป็นการเยียวยาความเสียหายที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ ชาวบ้านต้องการเพียงว่าทำอย่างไรให้กู้เรือที่ล่มออกไปให้ได้ หรือทำอย่างไรไม่ให้น้ำเสียไหลตามน้ำไปอย่างทำอะไรไม่ได้นอกจากมองตาปริบๆ เห็นสัตว์น้ำลอยขึ้นมาตายต่อหน้าต่อตาอย่างหมดปัญญา
ความเป็นธรรมในสายตาชาวบ้านจึงไม่ได้หมายถึงการขึ้นโรงพักเพื่อแจ้งความหรือการขึ้นศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายแต่เพียงเท่านั้น แต่ความเป็นธรรมในที่นี้มีความหมายกว้างกว่าตัวบทกฎหมายซึ่งน่าจะครอบคลุมไปถึงการมีสภาพบังคับให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ซึ่งการปล่อยให้จังหวัดเต้นแร้งเต้นกาอยู่เพียงผู้เดียวดูแล้วหดหู่กับความเป็นธรรมในสังคมอย่างมาก
การให้ความช่วยเหลือชาวบ้านจึงต้องเป็นไปโดยแสดงให้เห็นว่ามีความเหมาะสมและสมเหตุสมผลกับการที่เขาเหล่านั้นมีความมั่นใจในการเป็นพลเมืองของประเทศที่มีการปกครองด้วยกฎหมาย มีระบบงานยุติธรรมเพื่อทำหน้าที่สร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม และเขามีศักยภาพในการเข้าถึงด้วยตนเอง
เรือล่มครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกและคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และชาวบ้านคงต้องฝันถึงวิถียุติธรรมที่ทรงพลังไปอีกนานเท่าไหร่ ใครจะตอบ



