
นิรโทษกรรมแผนหลอกหอกแทงฝ่ายเสื้อเหลือง
ยิ่งได้ฟังบรรดาผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ออกมากล่าวค้านแผนนิรโทษกรรมทั้งของทักษิณและพรรคเล็กเท่าใด ยิ่งคิดว่าฝ่ายค้านกำลังตกหลุมพรางของฝ่ายเปิดประเด็นเข้าให้แล้ว เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่ทักษิณกลับประเทศ
หรือบ้านเลขที่ต่างๆ พ้นจากภาวะจำกัดทางการเมือง แต่เป็นพวกที่อยู่ขั้วเสื้อเหลืองเองนั่นแหละที่จะไม่พ้นจากอำนาจนิติรัฐที่จะอยู่ในมือที่เปลี่ยนแปลงไป คำพูดที่เหมืองบ่วงรัดคอนี้จะกลายเป็นสัญญาประชาคมของฝ่ายหนึ่งและเป็นพลังให้รุกคืบของอีกฝ่ายหนึ่งในสมรภูมิที่ความปรองดองไม่มีทางเกิดขึ้นจริง
ประชาธิปัตย์คงนึกว่าเท่มากที่ทุกวาทะที่สาดใส่เพื่อไทยนั้นยังคงเน้นไปที่จุดศูนย์ดุลทางยุทธศาสตร์ นั่นคือทักษิณ คิดอยู่แต่ว่าทักษิณอยากกลับบ้านและถ้าจะให้กลับอย่างสะดวกก็ต้องนิรโทษกรรม แต่ความจริงนั้นก็คือ ต่อให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ทักษิณก็ไม่น่าที่จะเสี่ยงตายกลับประเทศ ในยามที่กระแสเกลียดชังตัวเขาจากฝ่ายเสื้อเหลืองไม่มีตก กอปรกับสไนเปอร์จากกลุ่มไหนก็ไม่รู้ยังลอยนวล ตัวอย่าง เสธ.แดง ที่ชัดเจนอยู่คงไม่สร้างความประมาทให้ทักษิณ เท่าที่เป็นอยู่เวลานี้ทักษิณอยู่ในสภาพสมดุลแล้ว ธุรกิจกับประเทศต่างๆ มีให้ตักตวงอีกมาก ไม่จำเป็นต้องลงมาควบคุมสถานการณ์เฉพาะพื้นที่อย่างในไทยด้วยตัวเอง ยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทยและเครือข่ายเสื้อแดงเข้มแข็งอยู่ตัว
ส่วนพวกพรรคเล็กนั้น ถ้าพวกเขาได้นิรโทษก็ดีไป แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องห่วง เครือญาติยังทำงานได้ดี ส่วนตัวพวกเขายังมีอิทธิพลชักใยอย่างออกนอกหน้าไม่ต่างอะไรกับสมัยมีตำแหน่ง แก้รัฐธรรมนูญเป็นเพียงเกมต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น เล่นเรื่องนี้ไม่ได้ก็หาประเด็นอื่นต่อรองต่อไป
การปิดทางนิรโทษกรรมทักษิณ น่าจะทำให้นิรโทษกรรมในโทษานุโทษที่ใหญ่กว่านั้นต้องปิดทางไปด้วย นับเป็นการสะใจคนเสื้อแดงที่ไม่ต้องการนิรโทษผู้ที่ตนเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังทำให้เพื่อนพ้องเสียชีวิตเกือบร้อยศพ พวกเขาปฏิเสธแผนปรองดองต่างๆ ที่จะรวมไปถึงการไม่เอาผิดคนเหล่านี้ หรือไม่เอาผิดคนยึดทำเนียบยึดสนามบิน และจะไม่ยอมให้ผู้นำของพวกเขาปรองดองกับฝ่ายเสื้อเหลืองอย่างเสียเปรียบด้วย การที่ประชาธิปัตย์ออกมาปิดทางเรื่องนี้เสียเอง น่าจะทำให้แกนนำพรรคเพื่อไทยโล่งใจที่จะไม่เสียมวลชน ประเด็นความต้องการที่ไม่เหมือนกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดงในหลายประเด็นโดยเฉพาะเรื่องการปรองดองนั้นจะเห็นชัดขึ้น ถ้าหากยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯ
อนาคตของผู้ที่มีอำนาจฝ่ายบ้านเมืองในห้วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 นั้นอย่างน้อยคงต้องขึ้นโรงขึ้นศาลไปจนตลอดชีวิต หรืออย่างแรงเมื่อเสียอำนาจไปแล้วก็ถึงขั้นคาดเดาไม่ถูกเอาเลย นิติรัฐนั้นมีอยู่จริง แต่ขึ้นอยู่ที่ใครจะใช้ ใครจะสร้างเพิ่มหรือชะลอการใช้เอาไว้ก่อน แต่ที่จริงยิ่งกว่านิติรัฐคืออำนาจพิเศษที่จนถึงบัดนี้ก็ยังมุ่งไปคนละทิศกับการสมานฉันท์



