
ว่าที่ผู้แทนชูนโยบายใต้ดิน"บ่อนบั้งไฟเสรี"ขายฝันผีพนัน
นับถอยหลังสู่วันเข้าคูหา "กาคะแนน" ชี้ชะตาการเมืองไทย บรรดานักการเมืองต่างเร่งฝีเท้าเพื่อกำชัยเข้าถึงฐานเสียงให้มากที่สุด ด้วยการโหมหาเสียงทั้งบนดินและใต้ดิน อัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ รับปากจะช่วยเหลือสนับสนุนทุกปัญหาที่ชาวบ้านเรียกร้องต้องการ หากเป็น "สิ่งที
"พนันบั้งไฟ" เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่หยิบยกมาเป็นคำสัญญาผู้แทน ต่างตบปากรับคำว่า หากชาวบ้านให้ความไว้วางใจเลือกเป็นตัวแทน จะจัดการยกระดับการพนันพื้นบ้านที่เล่นกันอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ให้ขึ้นมาอยู่บนดินอย่างถูกกฎหมาย และจะจัดให้เป็น "บ่อนบั้งไฟเสรี" เฉกเช่นเดียวกับนโยบาย "หวยใต้ดิน" ที่อัพเกรดขึ้นมาเป็น "หวยบนดิน" ซื้อขายกันอย่างเสรี ในยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
นโยบายที่ถูกงัดขึ้นมาใช้ในกลุ่มหัวคะแนนประเด็นนี้ ต่างได้รับเสียงตอบรับจากนักพนันจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันแม้การเล่นพนันบั้งไฟเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ทว่าเม็ดเงินมหาศาลจากบ่อนบั้งไฟ ทำให้การพนันที่โจ่งแจ้ง เล่นในที่เปิดเผย บั้งไฟที่ถูกจุดขึ้นสูงมองเห็นไปได้ไกลหลายกิโลเมตร แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่เห็น หาก "จ่ายถึง" ก็เปิดเล่นได้อย่างเสรี และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจุดบั้งไฟตามประเพณี เพื่อขอฝนในช่วงเดือน 6 เท่านั้น หากถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นการพนันเสรีเมื่อไหร่ "บั้งไฟ" จะทยานขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยไม่เลือกวันและเวลา
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ในฐานะพ่อเมืองชาวศรีสะเกษ หนึ่งในผู้เปล่งเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการที่นำประเพณีที่ดีงามมาเป็นอบายมุขที่มอมเมาชาวบ้าน จึงออกมาเน้นย้ำผ่านสื่อทุกแขนงว่าไม่สนับสนุนและจะปราบปรามอย่างถึงที่สุด พร้อมขู่จะลงดาบเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดสนามเล่นพนันบั้งไฟ ยิ่งกว่านั้นยังได้เชิญนายอำเภอ และหัวหน้าสถานีตำรวจทุกสถานีในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มาร่วมทำเอ็มโอยูว่าจะไม่ให้เกิดบ่อนบั้งไฟขึ้นในพื้นที่ของตัวเองอย่างเด็ดขาด โดยได้นิมนต์ "พระราชกิติรังสี" เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ มาร่วมเจริญพระพุทธมนต์ในระหว่างที่พิธีลงนามดังกล่าวเพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ แต่ดูเหมือนเอ็มโอยูฉบันนั้นจะไร้ความหมาย ปัจจุบันบ่อนบั้งไฟยังคงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ท้าอำนาจพ่อเมือง-เย้ยกฎหมายบ้านเมือง และยังทรงอิทธิพลข่มขู่ฝ่ายที่ต่อต้านทุกรูปแบบ
ประโยคที่ว่า "เล่นตามสบายเลยพี่น้องเคลียร์หมดแล้ว" เป็นคำพูดที่คุ้นชินในหมู่เซียนพนัน ที่จะตะโกนบอกลูกค้า ทันทีที่ประธานเปิดงานลุกออกจากปะรำพิธี...ความสนุกสนานที่มีเงินพนันเป็นเดิมพันเป็นเป้าหมายก็เกิดขึ้น และผู้ที่เปล่งถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์เย้ยกฎหมายก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นบรรดาหัวคะแนนของนักการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาตินั่นเอง
แหล่งข่าวที่คลุกคลีอยู่ในบ่อนบั้งไฟยอมรับว่า บ่อนบั้งไฟ เป็นแหล่งแสวงหารายได้ของผู้หลักผู้ใหญ่ทุกระดับทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่พระภิกษุ สามเณร และผู้ที่เป็นโต้โผในการจัดบ่อนบั้งไฟถ้าไม่ใช่นักการเมืองในพื้นที่ก็จะเป็นคนที่อยู่ในวงการสีกากีร่วมกันจัดขึ้นมา เพื่อร่วมกันแบ่งเค้ก จัดสรรผลประโยชน์กันเป็นทอดๆ อย่างลงตัว
"ปีที่ผ่านมามีนักการเมืองหลายรายที่เป็นประธานการเปิดงานขึ้นมาพูดบนเวที ทำนองว่าหากเซียนพนันอยากเล่นพนันได้อย่างสบายใจ ก็ให้เลือกพรรค........เข้าไปในสภา แล้วจะทำเรื่องบ่อนพนันบั้งไฟให้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย นำรายได้มาพัฒนาสาธารณูปโภคให้ จ.ศรีสะเกษ เป็นถ้อยคำสัญญาที่ถูกอกถูกใจของบรรดาผีพนันเป็นอย่างมาก ส่วนชาวบ้านอีกหลายคนไม่ชอบการพนันต่างรู้สึกแย่ไปตามๆ กันที่ได้ยินการหาเสียงของนักการเมืองในลักษณะอย่างนั้น" แหล่งข่าวรายเดิมระบุ
แม้กระทั่งในช่วงลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งของบรรดาผู้สมัครบางพรรค แม้จะได้เป็นนโยบายที่ขึ้นป้ายประกาศชัดถึง "บ่อนบั้งไฟเสรี" แต่ก็มีการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับกลุ่มเซียนพนันถึงเรื่องนี้ว่า หากไม่ได้รับเลือกครั้งคราวนี้การเปิดบ่อนพนันบั้งไฟเสรีคงต้องถูกพับไป และยิ่งถ้าหากได้เป็นแค่ฝ่ายค้านโอกาสก็ริบหรี่เช่นกัน
ยิ่งนับวันการประสานเสียงเรียกร้องให้บ่อนบั้งไฟให้ขึ้นบนดินก็ยิ่งกระหึ่มดังขึ้น แถมได้รับเสียงตอบรับจากนักพนันอย่างท่วมท้น ความฝันของนักพนัน "บ่อนบั้งไฟเสรี" คงไม่ไกลเกินจริง...หากเทใจสนับสนุนกลุ่มพรรคการเมืองที่มีนโยบายในทางลับๆ สนับสนุนอบายมุขมอมเมาประชาชน!!- ศูนย์ข่าวภาคอีสาน -



