ข่าว

 "รับใบสั่งฆ่า"โค้งสุดท้ายเลือกตั้งอีสาน

"รับใบสั่งฆ่า"โค้งสุดท้ายเลือกตั้งอีสาน

13 มิ.ย. 2554

ยิ่งใกล้วันเข้าคูหาลงคะแนนเลือก ส.ส. วันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ดูเหมือนว่าอุณหภูมิในสนามเลือกตั้งส่อเค้าปะทุขึ้นตามลำดับ ด้วยว่าการชิงชัยเก้าอี้ผู้แทนครานี้ พรรคการเมืองทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางต่างวางเดิมพนันไว้สูงยิ่ง โดยผู้สมัครพร้อมงัดสารพัดกลยุทธ์เข้าโรมรัน

นอกจากตัว "ผู้สมัคร-พรรคการเมือง" แล้ว "หัวคะแนน" ถือเป็นกุญแจดอกสำคัญ และเป็นตัวแปรช่วยให้นักการเมืองประสบชัยชนะ ดังนั้นสงครามชิงหัวคะแนนระดับท้องถิ่นจึงอุบัติขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อดึงมาเป็นพวกไม่ได้ อาจมีใบสั่งปลิดชีพเพื่อตัดกำลังอีกฝ่ายในโค้งสุดท้าย

 กอปรกับเลือกตั้งคราวนี้รัฐธรรมนูญกำหนดให้นับแต้มในหน่วยเลือกตั้ง หากได้คะแนนไม่ตรงตามเป้าโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงย่อมมีมากเช่นกัน ชั่วโมงนี้โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งมีกระแสข่าวว่าแข่งขันรุนแรงทั้ง "กระแส-กระสุน" ไม่ว่าจะเป็น "ผู้สมัคร" หรือ "หัวคะแนน" ชีวิตไม่ต่างไปจากการเดินบนเส้นด้าย

 ทันทีที่ความรุนแรงเริ่มตั้งเค้า พล.ต.ต.กรกต สาริยา รอง ผบช.ภาค 3 ได้สั่งการตำรวจในเขตความรับผิดชอบแกะรอยมือปืนรับจ้างที่ขึ้นบัญชีไว้ 2 คน คนหนึ่งเป็นมือปืนอันดับ 3 ของประเทศ อีกรายอยู่อันดับ 75 ส่วนจังหวัดในพื้นที่อีสานใต้เน้นจับตา 3 จังหวัด คือนครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ซึ่งเป็น 3 ใน 15 จังหวัดทั่วประเทศ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้เฝ้าระวังพิเศษ

 "ผมลงพื้นที่มอบนโยบายเกี่ยวกับมาตรการในการดูแลด้านความรุนแรงในช่วงเลือกตั้ง โดยกำชับให้หัวหน้าสถานีหาข้อมูลสืบสวนหาข่าวเรื่องความขัดแย้งต่างๆ ของการเมืองในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ถ้ามีข้อมูลว่าน่าจะเกิดความรุนแรง หัวหน้าสถานีต้องดำเนินการยุติความขัดแย้ง หรือเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น" พล.ต.ต.กรกตอธิบายแผนสกัดความรุนแรง

 ส่วนพื้นที่อีกฟากของภาคอีสานซึ่งมีการแข่งขันสูงไม่แพ้กันนั้น พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4 ย้ำว่า โฟกัสไปที่ จ.ขอนแก่น อุดรธานี และร้อยเอ็ด เนื่องจากมีการแข่งขันทางการเมืองกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะการหาเสียงของกลุ่มการเมือง รวมถึงกลุ่มมือปืนที่เกรงว่าอาจจะเข้ามาก่อเหตุร้ายได้

 พร้อมทั้งประกาศเอาจริงกับกลุ่มมือปืนที่มีการเคลื่อนไหวในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 ในการปราบปรามกลุ่มมือปืนระดับแนวหน้าที่อาจจะออกมาก่อเหตุ โดยการรวบรวมข้อมูลการกระทำผิด มีภาพถ่ายที่ชัดเจน พร้อมทั้งได้เผยแพร่ไปทางเว็บไซต์ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในจังหวัดที่รับผิดชอบ ช่วยกันเป็นหูเป็นตาร่วมกับตำรวจ

 "ตั้งแต่รัฐบาลประกาศยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. ตำรวจระดับผู้บังคับการส่งเจ้าหน้าที่ทุกอำเภอลงพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหว การหาเสียง และกลุ่มมือปืนที่อยู่ในบัญชีทันที ให้ตำรวจทุกฝ่ายประเมินสถานการณ์พื้นที่รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน พร้อมรวบรวมรายงานประชุมติดตามสถานการณ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทุกสัปดาห์ และหากพื้นที่ใดมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ให้โทรศัพท์สายตรงถึงผู้บังคับบัญชาทันที" พล.ต.ต.ศักดายืนยัน

 รอง ผบช.ภ.4 ระบุว่า ได้ส่งภาพถ่าย 3 มือปืนระดับพระกาฬ ในบัญชีของศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ให้ชุดปราบปรามตำรวจภูธรภาค 4 เฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด "แด็ก" สมบัติ เพิ่มปัญญา มือปืนที่เคยก่อคดีฆ่าเจ้าลาวและรับจ้างฆ่าริมฝั่งโขง ล่าสุดเข้ามาก่อคดีปล้นร้านทองที่หนองคายแล้วหลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ศุภผล  กิ่งคำ อดีตตำรวจที่ตั้งกลุ่มรับจ้างฆ่า ขณะนี้ได้ข่าวว่ากบดานในพื้นที่ภาคกลาง และ "จ่าคิง" จ.ส.ต.สุทธิ พันธ์ศิลา มือปืนรับจ้างฆ่าในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด

 ส่วนกลุ่มที่จับตามองมากที่สุด คือกลุ่มกวนเมืองและกลุ่มผู้ติดตามผู้สมัคร ที่อาจจะนำก่อเหตุรุนแรงระหว่างการแข่งขันหาเสียงเลือกตั้ง เช่น การลอบวางระเบิด การข่มขู่เพื่อหวังสร้างสถานการณ์ และการกลั่นแกล้งโยนความผิดให้ฝ่ายตรงข้าม โดยกำชับให้ตำรวจทั้งภูธรภาค จังหวัด และทุกโรงพักทั้งในและนอกเครื่องแบบให้ติดตามหาข่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมกดดันป้องปรามไม่ให้มีการก่อเหตุร้าย

 "ถ้าระบุชัดเจนได้ว่าเป็นใคร สนับสนุนพรรคการเมืองใด ให้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าประกบ พร้อมนำตัวมาเจรจาให้หยุดพฤติกรรมก่อกวน จับตาพฤติกรรมตลอด 24 ชั่วโมง หากพบว่ามีการกระทำผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายบ้านเมืองอย่างเด็ดขาดทันที" พล.ต.ต.ศักดาประกาศกร้าว

 แม้ว่าฝ่ายความมั่นคงพยายามอย่างสุดความสามารถในการป้องกันสกัดความรุนแรง ทว่าหากผู้สมัครหรือหัวคะแนนต่างมุ่งหวังเพียงชัยชนะ โดยไม่คำนึงถึงรูปแบบและวิธีการ ย่อมยากที่จะหลีกเลี่ยงการสูญเสีย

   -   กวินทรา  ใจซื่อ, มนูญ มุ่งชู   -