ข่าว

นพดลเผยทูตเทศห่วงไทยหลังเลือกตั้ง

นพดลเผยทูตเทศห่วงไทยหลังเลือกตั้ง

12 มิ.ย. 2554

"นพดล" เผยนักการฑูตตป.ห่วงสถานการณ์ปท.ไทยหลังจบศึกเลือกตั้ง เชื่อหากทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจปชช.บ้านเมืองสงบแน่ แต่ถ้าไม่เคารพใครมาเป็นก็วุ่นวายไม่เลิก "ปชป."เตือน"ณัฐวุฒิ"ให้ระวังคำพูดพาดพิง"อภิสิทธิ์" อ้างจ้ออย่างนี้ไม่สร้างความปรองดอง อภิรักษ์ล่องเรือค

(12มิ.ย.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ทูตหลายประเทศสอบถามสมาชิกพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล และหลังการตั้งรัฐบาลอาจมีปัญหาเกิดขึ้น คล้ายกรณีรัฐบาลนายสมัครและนายสมชายนั้น  ตนต้องขอบคุณท่านทูตต่างๆที่ซักถาม ตนขอเรียนว่าพรรคเพื่อไทยอยากเห็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม และความสนใจของทูตและสื่อต่างประเทศ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้การเลือกตั้งเที่ยงธรรม และ เมื่อประชาชนตัดสินแล้ว ทุกฝ่ายต้องเคารพการตัดสินชี้ขาดของประชาชน

ส่วนประเด็นปัญหาที่อาจเกิดหรือไม่เกิดหลังจากการตั้งรัฐบาลนั้น ล้วนเป็นการคาดการณ์ทั้งสิ้น พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าถ้าเราเคารพกติกาประชาธิปไตย และเคารพการตัดสินใจของประชาชน ปัญหาคงจะไม่เกิด รัฐบาลควรมีความมั่นคงและทำงานให้ประชาชนได้ เพราะถ้าเราไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง และป่วนไม่เลิก ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล ก็ทำงานไม่ได้ทั้งนั้น ดังนั้นประเด็นไม่ได้อยู่ที่คุณยิ่งลักษณ์ หรือคุณอภิสิทธิ์ เป็นนายก แต่ประเด็นอยู่ที่ทุกฝ่ายเคารพผลเลือกตั้งที่ประชาชนชี้ขาดแล้วหรือไม่มากกว่า

      “ต้องยอมรับว่าทูตหลายประเทศมาจากประเทศที่เป็นประชาธิปไตย และการยอมรับผลของการเลือกตั้งเป็นเรื่องปกติธรรมดา ประเทศไทยกำลังเดินสู่จุดนั้น  ถึงเวลาแล้วที่คนไทยบางกลุ่มต้องเรียนรู้ที่จะเคารพเสียงของประชาชน แล้วบ้านเมืองก็จะเดินไปได้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ” นายนพดล กล่าว

"ปชป."เตือน"ณัฐวุฒิ"พาดพิง"อภิสิทธิ์"

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสงาม กล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สร้างเงื่อนไขหมาหมู่ ว่า การใช้คำพูดแบบนี้ไม่ต่างกับพฤติกรรมของนายณัฐวุฒิตอนขึ้นเวทีนปช. ที่ราชประสงค์ และการที่นายณัฐวุฒิ ย้ำว่า เป็นพฤติกรรมน่าอนาถ ตนเห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้ข่มขู่ประเทศ และการที่นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ให้การสนับสนุนกลุ่มคนเหล่านี้ รวมถึงคำพูดของนางยิ่งลักษณ์ที่ระบุว่า ไม่แน่ใจ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ตนขอถามว่า คำพูดนี้ ไม่ยิ่งอนาถใจกว่าหรือไม่ เพราะไม่สร้างสรรค์นำไปสู่ความปองดองของประเทศ

 "นายณัฐวุฒิ  ไม่มีจิตสำนึกอีกหรือ ที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายขนาดนี้  แล้วยังออกมาเรียกร้องขอให้เลือกคนเหล่านี้กลับมาเป็นรัฐมนตรีบริหารประเทศ  คิดได้อย่างไร " นพ.บุรณัชย์ กล่าว

 น.พ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า ส่วนสูตรจัดตั้งรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทยออกมาประกาศจะไม่รวมกับพรรคใด ซึ่งหากเกิดกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้เสียงอันดับ1 แต่เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เนื่องจากได้ประกาศจะไม่รวมเสียงไว้ตั้งแต่ต้น

อภิรักษ์ล่องเรือคลองรังสิต ลุยตลาดสดหาเสียง

            เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ตลาดน้ำเทศบาลเมืองรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน พร้อมด้วยนายชำนิศักดิเศรษฐ์ และผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์   ของจังหวัดปทุมธานี 3 เขต ประกอบด้วยนายอานนท์ นุ่นสุข ผู้สมัคร สส.เขต 3 พ.ต.อ.อดิศร ด้วงพูล ผู้สมัคร สส.เขต 4 ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง ผู้สมัคร สส.เขต 5   ได้ร่วมกันล่องเรือหาเสียงกับประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมคลองรัง สิตประยูรศักดิ์ จากนั้นได้เดินแนะนำตัวผู้สมัคร เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในตลาดสดรังสิต โดยมีพ่อค้าแม่ค้าปละประชาชนที่มาจับจ่ายสินค้าให้ความสนใจและให้การต้อนรับ อย่างอบอุ่น

 นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีนายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ และตนเองเดินทางมาช่วยผู้สมัคร สส.ของพรรคหาเสียงกับพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ทางพรรคมีความมุ่งมั่นตั้งใจจะผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์กับ ประชาชน โดยทางพรรคได้ส่งผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ มีอุดมการณ์ เข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน ปัญหายาเสพติด และที่สำคัญมีการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อกับกรุงเทพมหานคร ด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง จากบางซื่อ –รังสิต-ม.ธรรมศาสตร์รังสิต กับอีกเส้นหนึ่งคือสายสีเขียว จากสะพานใหม่ –คูคต –ลำลูกกาซึ่งจะเชื่อมดยงทำให้พี่น้องชาวปทุมธานีมีความสะดวกในการเดินทาง สัญจรไปมาด้วย

 จริงๆแล้วจังหวัดปทุมธานี ถือเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ มีแหล่งท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตนั้นมีชื่อเสียงไม่ เฉพาะแต่ในประเทศไทยแต่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ถ้าเรามีระบบขนส่งมวลชนที่ดีมีรถไฟฟ้า การเดินทางสะดวกสบาย จะช่วยทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาประเทศไทย มากรุงเทพมหานคร   จะสามารถเดินทางมาจังหวัดปทุมธานี มาจับจ่ายซื้อของของชาวปทุมธานีที่มีอยู่มากมาย ซึ่งจะทำให้ปทุมธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีเสนห์ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ อันจะทำให้เศรษฐกิจของคนปทุมธานี ดียิ่งขึ้น อันนี้ถือเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผู้สมัครทั้งหมดของทางพรรคนำไป ใช้ในการหาเสียงอีกด้วย

"กรุงเทพโพลล์"คนกทม.พท.คะแนนพุ่งนำ21เขต

 ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจคะแนนนิยมของคนกรุงเทพฯ ในช่วงโค้งที่ 2 ของการเลือกตั้ง 54 ความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 3,323  คน โดยเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 2 - 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา พบว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส ระบบบัญชีรายชื่อ คนกรุงเทพฯ ระบุว่าจะเลือกพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 33.6 (เพิ่มขึ้นจากผลการสำรวจครั้งก่อน เมื่อวันที่ 20 - 22 พ.ค. ร้อยละ 7.8)  จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 17.1 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4)  และจะเลือกพรรครักประเทศไทย ร้อยละ 3.2 (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.2)  อย่างไรก็ตามมีถึงร้อยละ 44.1 ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด 

สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. ในระบบแบ่งเขตพบว่า คนกรุงเทพฯ ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 33.8 (เพิ่มขึ้นจากผลการสำรวจครั้งก่อน เมื่อวันที่ 20 - 22 พ.ค. ร้อยละ 7.5)  จะเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 17.6 (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.4)  และจะเลือกผู้สมัครของพรรครักษ์สันติ ร้อยละ 1.3 (เท่ากับผลสำรวจครั้งก่อน) อย่างไรก็ตามมีถึงร้อยละ 46.4 ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครของพรรคใด โดยเกณฑ์ที่คนกรุงเทพฯ ใช้ในการเลือก ส.ส. ระบบแบ่งเขตคือ  เลือกจากคุณสมบัติและผลงานในอดีตของผู้สมัคร (ร้อยละ 49.4) รองลงมาคือ เลือกจากนโยบายที่ใช้หาเสียง (ร้อยละ 31.6)  และเลือกจากพรรคการเมืองที่สังกัด (ร้อยละ 19.0)
 
ทั้งนี้เมื่อแยกพิจารณาเป็นรายเขตพบว่า พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำอยู่ 21 เขต ได้แก่  เขต 3  เขต 4  เขต 5  เขต 7 เขต 8  เขต 10  เขต 11  เขต 12  เขต 13  เขต 14  เขต 16  เขต 17  เขต 18  เขต 20  เขต 23  เขต 24  เขต 26  เขต 27 เขต 29 เขต 32 และเขต 33 ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนำใน 6 เขต ได้แก่ เขต 1  เขต 2  เขต 15  เขต 19  เขต 22  และเขต 30 ส่วนอีก 6 เขตทั้ง 2 พรรคมีคะแนนสูสีกันได้แก่ เขต 6  เขต 9  เขต 21  เขต 25  เขต 28  และเขต 31 
 
เมื่อสอบถามว่าอยากได้ใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปมากที่สุดพบว่าอยากได้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้อยละ 42.6 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.7) รองลงมาคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 23.6 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2)  ร.ต.อ. ปุระชัย  เปี่ยมสมบูรณ์ ร้อยละ 3.9 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0) และ นายชูวิทย์  กมลวิศิษฐ์ ร้อยละ 2.4 (ลดลงร้อยละ 1.2)  ขณะที่อีกร้อยละ 27.5 ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใครดี

สำหรับสิ่งที่คนกรุงเทพไม่อยากเห็นมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้พบว่า อันดับแรกได้แก่ การซื้อสิทธิ์ขายเสียง (ร้อยละ 23.2) รองลงมาคือ การก่อกวน ข่มขู่ ทำร้ายผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม (ร้อยละ 20.5)  และการหาเสียงด้วยวิธีใส่ร้ายป้ายสี (ร้อยละ 20.1)

ทั้งนี้เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรมพบว่า ร้อยละ 66.9 ไม่ค่อยเชื่อมั่นถึงไม่เชื่อมั่นเลย (เพิ่มขึ้นจากผลการสำรวจเมื่อวันที่ 20 - 22 พ.ค. ร้อยละ 0.8) ขณะที่ร้อยละ 33.1 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงเชื่อมั่นมาก