ข่าว

ชี้ 'ตะกวด' ไม่หักหลัง 'หมา' ไม่โกง

ชี้ 'ตะกวด' ไม่หักหลัง 'หมา' ไม่โกง

12 มิ.ย. 2554

สัตวแพทย์ ตั้งวงถก "การเมือง เรื่องของสัตว์" พูดชัด "เหี้ย" ไม่หักหลัง "หมา" ไม่โกง ไม่เหมือนคน ชี้ ยกระดับสัตว์-สัญลักษณ์การเมือง

ที่สวนสัตว์ดุสิต วานนี้ (11 มิ.ย.) สัตวแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดการเสวนาเรื่อง “การเมือง เรื่องของสัตว์” เพื่อสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับสัตว์ในแง่มุมต่าง ๆ นำไปสู่การแก้ปัญหา และให้ฝ่ายการเมืองตระหนักถึงความสำคัญ ของการกำหนดและดำเนินนโยบายเกี่ยวกับสัตว์ ทั้งในด้านอาหาร สัตว์เศรษฐกิจ และสัตว์เลี้ยง

ทั้งนี้ มีวิทยากร ประกอบด้วย รศ.อัจฉริยา ไศละสูต นายกสัตวแพทยสมาคม รศ.ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.มหิดล น.สพ.อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์ ช่วยราชการสำนักพระราชวัง และ รศ.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ โดยมีนายกฤษณะ ละไล เป็นผู้ดำเนินรายการ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า นายโสภณ ดำนุ้ย อดีตผอ.องค์การสวนสัตว์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้สมัครส.ส.ของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้เดินทางมาร่วมรับฟังการเสวนาด้วย

สำหรับเนื้อหาในการเสวนา สมาคมสัตวแพทย์ฯ ได้สะท้อนภาพการเมืองกับสัตว์ว่า ตัวเงินตัวทอง ทางการเมืองมักถูกนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ไม่ดี นักการเมืองมีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ จึงมีการรณรงค์อย่าเลือกสัตว์เข้าสภาฯ ทั้งที่ตามธรรมชาติตัวเงินตัวทองจะทำหน้าที่ควบคุมสิ่งแวดล้อม และสมดุลธรรมชาติ แต่เมื่อถูกรุกรานที่อยู่ ทำให้ต้องออกมาหากินในเมือง จนเป็นเหตุให้ผู้คนถือเป็นลางที่ไม่ดี

ส่วนเสือ สิงห์ กระทิง แรด จะเปรียบกับนักการเมืองที่แสดงบุคลิกก้าวร้าว วางอำนาจบาตรใหญ่ เหมือนเป็นผู้มีอิทธิพลหรือเจ้าพ่อ ทั้งที่ความจริงตามธรรมชาติ สัตว์ป่าเหล่านี้เป็นผู้ล่า จึงมีนิสัยดุดัน ดังนั้นพฤติกรรมที่นำมาเปรียบเทียบ จึงถือเป็นด้านหนึ่งของธรรมชาติเท่านั้น

สำหรับช้างชนช้าง เปรียบเหมือนเขตเลือกตั้ง ที่แข่งขันรุนแรงชนิดแพ้ไม่ได้ เหมือนคำพังเพยคือช้างปะทะกัน ทำให้หญ้าแพรกแตกละเอียด

รศ.ปานเทพ กล่าวถึงกรณีการนำสัตว์ไปเปรียบเทียบกับการเมืองว่า การใช้ภาพสัตว์มาเป็นป้ายโฆษณาหาเสียงทางการเมือง เป็นการเชิดชูสัตว์ เราเป็นหนี้บุญคุณควายและสัตว์นานาชนิด แม้แต่ตัวเหี้ยก็มีอยู่ในสภาฯ เพราะข้ามฟากจากเขาดิน เข้าไปในสภาฯ อีกาตีกันก็ถูกนำไปทำนายทางการเมือง จึงไม่แปลกที่จะนำสัตว์ไปผูกกับการเมือง

รศ.ปานเทพ กล่าวว่า คนต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเอง อยู่ในบ้านเลี้ยงสุนัข ก็เป็นหัวหน้าหมา ต้องได้รับความเคารพจากหมา เช่นเดียวกับคนที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ย่อมต้องได้รับความเคารพจากลูกพรรค

อย่างไรก็ตาม กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ใช้ภาพถ่ายคู่กับหมา ถือเป็นการเลือกหมาที่ถูกสายพันธุ์ เพราะพันธุ์พิทบู เทอร์เรีย เป็นหมากีฬากัดกัน แม้จะยกเลิกกีฬากัดกันไปแล้ว แต่หมาพิทบูยังมีความแข็งแกร่ง บึกบึน

รศ.นันทริกา กล่าวถึงการนำการเมืองสกปรกไปเทียบกับสัตว์ว่า การนำสัตว์ไปเปรียบเทียบกับนักการเมืองเป็นการยกย่องสัตว์

"ตัวเหี้ยไม่เคยหักหลังใคร หมาเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์ไม่เคยคดโกง มีแต่คนเท่านั้น ที่หักหลังหรือโกงกัน การเปรียบเทียบนักการเมืองกับปลาไหล ไม่มีเมือกไม่มีเกล็ด สามารถผูกรัดตัวเองกับอะไรก็ได้ แล้วใช้ปากกัดฆ่าศัตรู ก่อนจะปล่อยเมือกที่ส่งกลิ่นเหม็นเพื่อฆ่าเหยื่อ ดังนั้น ใครที่เปรียบเทียบตัวเองกับปลาไหล ควรศึกษาคุณลักษณะของปลาไหลให้ดีก่อน" รศ.นันทริกา ระบุ

ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ กล่าวด้วยว่า ปัญหาเรือน้ำตาลล่ม จนทำให้เกิดปัญหาปลาตาย ซึ่งมีแก้ปัญหาด้วยการโยนจุลินทรีย์ลงแม่น้ำ จะยิ่งเป็นการเพิ่มแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้ออกซิเจนในน้ำลดน้อยลงไปอีก ถือเป็นการแก้ปัญหาแบบสร้างภาพ โดยสาเหตุที่แท้จริงอาจเป็นเกิดจากสารเคมีอื่นที่บรรทุกอยู่ในเรือรั่วไหลลงสู่แม่น้ำ เช่น ยากันเพรียงที่ใช้ทาเรือ ซึ่งในปริมาณเล็กน้อย ก็สามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตในน้ำได้เป็นจำนวนมาก

"นักการเมืองควรเปิดโอกาส ให้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำงาน ไม่ควรรีบสรุปและแถลงข่าว ซึ่งเป็นเพียงการแก้ปัญหาแบบฉาบฉวย” รศ.นันทริกา กล่าว

ด้าน รศ.อัจฉริยา กล่าวว่า สัตว์ถูกรังแกจากการเปรียบเปรยว่า ปล่อยสัตว์เข้าสภาฯ การใช้ภาพสุนัขในป้ายรณรงค์หาเสียง ก็เลือกสุนัขที่หน้าตาเจ้าเล่ห์ น้ำลายยืด เป็นสุนัขลอบกัด ซึ่งเป็นการนำจินตนาการด้านลบไปสร้างทัศนคติที่ไม่ดีต่อสัตว์

ส่วนกรณีที่ไข่ถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจ และเขย่าบัลลังก์นายกฯนั้น เนื่องจากไข่เป็นอาหารโปรตีนราคาถูก ทั้งเศรษฐีและยาจกสามารถบริโภคได้ เมื่อมีปัญหาราคาแพงจากต้นทุนปรับตัว รัฐบาลไม่ควรแทรกแซง ด้วยการกดราคา จนทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่อยู่ไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด

ทั้งนี้ โดยส่วนตัวเชื่อว่า สถานการณ์ “ไข่มาร์ค” มีผลกระทบต่อการเมืองมากที่สุด ทั้งในประเด็นไข่ชั่งกิโล และไข่ราคาแพง

ขณะที่ น.สพ.อลงกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ช้างเร่ร่อน ที่สะท้อนถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาล ในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่พบการนำช้างเร่ร่อนออกหากิน แต่ขนถ่ายหนีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ออกไปในปริมณฑล และจังหวัดต่าง ๆ โดยจำเป็นต้องกำหนดคุณสมบัติ ของผู้เลี้ยงช้างอย่างเข้มงวด และแก้กฎหมายป้องกันการล่าลูกช้างป่า เพื่อส่งออกไปขายในต่างประเทศ

"นักการเมืองมีหัวคะแนนเป็นผู้เลี้ยงช้าง จึงพยายามเลี่ยงไม่แก้กฎหมายให้เข้มงวด เพราะไม่ต้องการให้ส่งผลกระทบต่อฐานเสียง" กล่าว