ข่าว

จับตา'ชัยภูมิ-อุบล'ผู้สมัครขอตร.คุ้มกัน

จับตา'ชัยภูมิ-อุบล'ผู้สมัครขอตร.คุ้มกัน

11 มิ.ย. 2554

รองผบช.ตร.ภ.3 สั่งจับตาชัยภูมิ-อุบลฯ เลือกตั้งดุ หลังผู้สมัครแห่ขอตำรวจคุ้มกันจังหวัดละ 13 คน วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงความนิยมในตัวผู้สมัครสูสี อาจเล่นนอกเกมส์ ตัดไฟต้นลมสั่งท้องที่เคลียร์ปัญหาขัดแย้งระหว่างนักการเมืองท้องถิ่นทันทีทีมีปัญหา หวั่นบานปลายปะทุเ

(11มิ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.กรกต สาริยา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งรับผิดชอบดูแลงานด้านการป้องกันและปราบปรามความรุนแรงในพื้นที่เลือกตั้ง 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย นครราชสีมา , ชัยภูมิ , สุรินทร์ , บุรีรัมย์ , ศรีสะเกษ , ยโสธร , อำนาจเจริญและอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ภาพรวมของตำรวจภูธรภาค 3 ทั้ง 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง วันนี้(11 มิ.ย.)มีผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลรักษาความปลอดภัยระหว่างลงพื้นที่หาเสียงรวมทั้งสิ้น 50 คน จากทั้งหมด 7 พรรคการเมือง

 ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย 15 ราย,พรรคภูมิใจไทย 14 ราย,พรรคประชาธิปัตย์ 11 ราย,พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน, 6 ราย, พรรคมาตุภูมิ 1 ราย, พรรคชาติไทยพัฒนา 1 ราย และพรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 ราย โดยจังหวัดที่ผู้สมัคร สส. ขอกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยมากที่สุด คือ จ.ชัยภูมิและจ.อุบลราชธานี จังหวัดละ 13 ราย รองลงมาเป็น จ.นครราชสีมา 11 ราย , ยโสธร 6 ราย , ศรีสะเกษ 4 ราย , สุรินทร์ 2 ราย , อำนาจเจริญ 1 ราย ส่วนจ.บุรีรัมย์จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันโดยขณะนี้ทางตำรวจภูธรได้สั่งเจ้าหน้าที่ในสังกัดไปดูแลรักษาความปลอดภัยตามที่ทางผู้สมัคร ส.ส. ได้ร้องขอมาแล้วทั้งหมด โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ต่อผู้สมัคร 1 ราย รวมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ส่งไปทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสิ้น 100  นาย
 
 ส่วนแนวการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของบรรดาผู้สมัครแต่ละรายนั้น พล.ต.ต.กรกต  กล่าวว่า ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีการประชุมทำความเข้าใจกับผู้บังคับการและหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งแล้วว่า กรณีที่มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปดูแลรักษาความปลอดภัยของผู้สมัคร สส.ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องวางตัวเป็นกลางไม่เอนเอียงเข้าข้างผู้สมัคร การปฏิบัติงานทุกครั้งจะต้องแต่งเครื่องแบบให้เรียบร้อย และจะต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังตามความเหมาะสมเพื่อไม่ให้อยู่กับผู้สมัครแต่ละคนนานเกินไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกนายต้องมีความชัดเจนถึงจุดยืนการปฏิบัติหน้าที่ และตระหนักถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมายอยู่เสมอ หากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติตนเข้าข่ายวางตัวไม่เป็นกลาง ทางผู้บังคับบัญชาจำเป็นต้องดำเนินการทางปกครองและทางวินัยอย่างเด็ดขาด
 
 พล.ต.ต.กรกต  วิเคราะห์ว่า จังหวัดที่น่าจับตามองเป็นพิเศษก็คือ จ.ชัยภูมิและ จ.อุบลราชธานี ที่มีผู้สมัคร ส.ส. ร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคุ้มกันมากเป็นพิเศษซึ่งจากการวิเคราะห์ร่วมกับในหน่วยต่างๆ พบว่าพื้นที่เลือกตั้งแต่ละเขตเลือกตั้งของทั้ง 2 จังหวัดมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงอีกทั้งมีแนวโน้มที่คะแนนจะสูสีกันอย่างมาก ดังนั้นทางผู้สมัครจึงอาจจะเกิดความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยจึงจำเป็นที่จะต้องมีการร้องขอกำลังมา แต่โดยภาพรวมแล้วสถานการณ์ทั้ง 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือในขณะนี้นั้นยังไม่มีรายงานความรุนแรง หรือพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้มีอิทธิพลและบรรดามือปืนต่างๆในพื้นที่แต่อย่างใด 

 แต่ที่น่าจับตาเป็นพิเศษก็คือในเรื่องของความเข้มข้นในการแข่งขันกันในสนามเลือกตั้ง ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีการกำหนดนโยบายให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งต้องลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูลความขัดแย้งของนักการเมืองในท้องถิ่น รวมไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้งหมด ว่ามีกลุ่มใดมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง หรือมีปัญหากันหรือไม่  ซึ่งหากพบมีความขัดแย้งกันหัวหน้าสถานีตำรวจต้องเชิญตัวผู้ที่มีความขัดแย้งกันเข้ามาทำการไกล่เกลี่ยดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้จบสิ้นลงโดยเร็ว พร้อมกับรายงานให้กับศูนย์รายงานสถานการณ์ของตำรวจภูธรแต่ละจังหวัดทราบ  แต่หากความขัดแย้งนั้นเกินขีดความสามารถของตำรวจภูธรจังหวัดแล้ว ให้รีบแจ้งมายังทางตำรวจภูธรภาค 3 ก็จะมีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งตนเองเป็นหัวหน้าชุด เพื่อให้สถานการณ์ความขัดแย้งนั้นคลี่คลายโดยเร็ว
 
 ในส่วนของการสืบสวนหาข่าวกลุ่มผู้มีอิทธิพลรวมถึงบรรดากลุ่มมือปืนต่างๆที่อาจจะมีการเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเลือกตั้งนั้น ในพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 นั้น มีมือปืนที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นบัญชีต้องการตัวมาที่สุดจำนวน 3 ราย ซึ่งในจำนวนนั้น มีนายสมบัติหรือแด็ก เพิ่มปัญญา มือปืนลำดับที่ 2 ที่ถูกทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นบัญชีไว้ และเป็นมือปืนอันดับ 1 ที่ทางตำรวจภูธรภาค 3 ต้องการตัวมากที่สุด ซึ่งเคยก่อคดีลอบสังหารเชื้อราชวงศ์ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่จังหวัดอุบลราชธานี และหลบหนีไปกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่จนถึงขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตรวจพบว่ามือปืนทั้ง 3 รายเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าทีตำรวจยังคงเฝ้าระวังและดำเนินการติดตามหาตัวอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดนที่อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเกรงว่าอาจจะลักลอบเข้ามารับจ้างก่อเหตุในช่วงนี้ ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ก็ยังไม่พบว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด
 
 "สำหรับกระแสข่าวความเคลื่อนไหวการฝึกอาวุธของกลุ่มต่างๆในพื้นที่นั้น ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการรายงานในเรื่องนี้เข้ามายังตำรวจภูธรภาค 3 รวมถึงยังไม่พบว่ามีหมู่บ้านเสื้อแดงเกิดขึ้นในพื้นที่แต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามทางตำรวจภูธรภาค 3 ก็ได้มีการสั่งการไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองให้ติดตามสืบสวนหาข่าวนี้อยู่ตลอดเวลา" พล.ต.ต.กรกต ระบุ
 
 พล.ต.ต.กรกต  กล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จำเป็นต้องใช้ในการดูแลป้องกันเหตุความรุนแรงในช่วงของการเลือกตั้ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่จำเป็นต้องใช้ในการดูแลหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 8 จังหวัด ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งมากกว่า 17,000 หน่วย ซึ่งถึงแม้ว่าทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้ระดมกำลังจากทุกสังกัดรวมกว่า 15,000 คน ก็ยังไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ จึงจำเป็นต้องร้องขอการสนับสนุนกำลังจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ส่งกำลังเสริมเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็ได้มีการจัดส่งกำลังพลทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการพิสูจน์หลักฐาน มาเสริมในพื้นที่รวมกว่า 2,200 นาย เพื่อมาทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ให้เพียงพอกับหน่วยเลือกตั้งของ 8 จังหวัดที่มีอยู่มากกว่า 17,000 หน่วย ทำให้ขณะนี้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงพอที่จะดูแลครบทั้ง 8 จังหวัดแล้ว และคาดว่าจะไม่เกิดปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่นอน