
"บำนาญเพื่อผู้สูงวัย" เพิ่มคุณค่าสังคมไทย
ความคาดหวังอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุ คือ ต้องการทำงานให้ได้ดีตามมาตรฐานไปตลอด แต่ด้วยวัยที่มากขึ้นบวกกับความสามารถทางร่างกายที่ลดลง ส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้ ก็จะกลายเป็นคนที่ถูกมองข้ามจากสังคม
ด้วยเหตุนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้จัดให้มีการประชุม เรื่อง “บำนาญทางสังคม เพื่อผู้สูงอายุไทยถ้วนหน้าและยั่งยืน” ขึ้น ที่โรงแรม อมารี วอเตอร์เกท โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานเปิดงาน
โดยในการประชุมครั้งนี้เน้นสาระเกี่ยวกับความเป็นอยู่และการช่วยเหลือผู้สูงอายุทั้งสิ้น ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมความคิด ทั้งด้านความรู้ และความคิดเห็น อาทิ ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ คณบดี ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าแม้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็ดีใจที่หลายๆ ฝ่ายคิดถึง รวมถึงอยากได้หลักประกันถาวรว่า บำนาญนี้จะคงอยู่ตลอดไป อีกทั้งเรื่องของอายุของผู้มีสิทธิ์รับบำนาญ เนื่องจากปัจจุบันคนอายุ 60 ปีที่ยังทำงานได้ดีก็ยังมีอยู่ จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหันมาสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น เพื่อให้เงินส่วนนี้เกิดประโยชน์ต่อคนที่ลำบากจริงๆ
ขณะที่ตัวแทนผู้สูงอายุ บุญเสริม ดวงจันทร์ สมาชิกสภาผู้สูงอายุแห่งชาติจังหวัดพัทลุง ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ดีใจที่ทุกส่วนเห็นความสำคัญของคนแก่ ที่จริงอยากให้เรียกว่าบำนาญช่วยชาติมากกว่า เพราะถ้าให้เงินผู้สูงอายุ เขาก็ต้องนำไปใช้จ่ายและเป็นเงินหมุนเวียนของประเทศ รวมถึงอยากให้มีการตั้งชมรมผู้สูงอายุขึ้นมา เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีสังคมและช่วยเหลือกัน ในยามที่ไม่มีลูกหลานดูแล
"พ่อแม่มีสมบัติเท่าไหร่ก็จะให้ลูกหลานหมด จนตัวเองไม่เหลืออะไร แต่ลูกพอมีครอบครัวใหม่ ก็จะเริ่มไม่สนใจพ่อแม่ ผู้สูงอายุเลยขาดการดูแลที่ดี พอไม่ค่อยได้คุยกับใครหรือไม่มีใครสนใจ เรื่องสุขภาพก็จะแย่ตามลงไปด้วย อีกทั้งผู้สูงอายุเป็นคนที่ไม่อยากจากบ้านไปไหน การมีบำนาญส่วนนี้ขึ้นมา อาจทำให้การดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้นบ้าง แต่ในเรื่องนี้ การสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว นับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อยากให้มองผู้สูงอายุเป็นพลังของสังคม ไม่ใช่ภาระของสังคม" สมาชิกสภาผู้สูงอายุกล่าวให้แง่คิด
ปิดท้ายด้วย สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ตัวแทนเครือข่าย ประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ เสนอความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ทุกภาคส่วนควรช่วยกันทำงานร่วมกับรัฐบาล เพื่อให้มีข้อเสนอแนะทางเลือกมากขึ้น และหากทุกคนช่วยกันระดมความคิด จะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคมอย่างมาก เพราะการทำงานทุกสิ่ง ถ้ามีความมุ่งมั่นและสามัคคีก็จะสำเร็จได้ง่าย แต่ถ้าเห็นแก่ตัว ผลักความรับผิดชอบให้เป็นหน้าที่ของคนแค่ไม่กี่คน สังคมก็จะอยู่ไม่ได้ อยากให้คิดไว้เสมอว่าทุกคนต้องมีวันที่จะกลายเป็นผู้สูงอายุ ควรดูแลผู้สูงอายุให้ดี เพราะผู้สูงอายุมีประสบการณ์หลายอย่างที่มีคุณค่า
การดูแลผู้สูงอายุ ไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของคนในครอบครัวเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของคนในสังคมต้องช่วยเหลือกัน เพราะผู้สูงอายุเป็นพลังที่จำเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป
เรื่อง... "ณัฐพงษ์ โปธา"



