ข่าว

จะขึ้นเครื่องบินต้องถูก"ดม"ก่อน

จะขึ้นเครื่องบินต้องถูก"ดม"ก่อน

11 มิ.ย. 2554

หลังเหตุการณ์วินาศกรรมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 รัฐบาลและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกต่างตั้งอกตั้งใจออกมาตรการและคิดค้นวิธีการต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการโดยสารเครื่องบินมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

 ทำให้เกิดกฎเข้มที่ไม่เคยมีบังคับใช้กันมาก่อนช่วง 11 กันยายน เช่น การห้ามนำของเหลวเกิน 100 ซีซีติดตัวขึ้นเครื่องบิน เพราะเกรงว่าของเหลวในปริมาณดังกล่าวอาจจะเป็นระเบิดแบบเหลวที่มีอานุภาพร้ายแรงทำให้เกิดรูโหว่บนลำตัวเครื่องบินได้ และมีการเสริมความแข็งแรง(แกร่ง) ของประตูห้องนักบินเพื่อป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดีพังประตูเข้าไปจับนักบินเป็นตัวประกัน บังคับเครื่องบินไปก่อเหตุดังเช่นที่เกิดขึ้นในนครนิวยอร์ก และตึกเพนตากอน

 แต่ทุกฝ่ายก็มองว่าการป้องกันตั้งแต่อยู่ที่สนามบินนั้นเป็นมาตรการที่เหมาะสมที่สุด ทั้งการตรวจจับโลหะ เพื่อป้องกันการพกมีด หรือปืน ขึ้นเครื่อง เช่นเดียวกับการตรวจจับระเบิดชนิดต่างๆ ไม่ให้เล็ดลอดขึ้นไปบนเครื่องบินได้ เพราะบนฟ้านั้นไม่มีแยกไฟแดงกับป้อมตำรวจให้นักบินนำเครื่องไปเทียบและแจ้งความได้

 แรงผลักดันดังกล่าวนำมาซึ่งนวัตกรรมใหม่ในการตรวจจับสิ่งผิดปกติที่ผู้โดยสารอาจจะพกพาไปกับตัวและเป็นอันตรายต่อเครื่องบิน ล่าสุดมีการเปิดตัวเครื่อง "ดม และ สแกน ร่างกายผู้โดยสาร" ไฮเทคที่สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) จัดทำเครื่องต้นแบบนำแสดงในการประชุมผู้บริหารสายการบินโลก ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นการปูทางไปสู่การผลิตเครื่องที่ใช้งานได้จริงภายใน 5-7 ปีข้างหน้า

 สิ่งที่ไออาต้าให้ความสำคัญคือการสร้างความปลอดภัยในการบิน จากการที่จะมีผู้โดยสารใช้บริการสายการบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2593 ไออาต้าคาดว่าจะมีผู้โดยสารเครื่องบินถึง 1.6 หมื่นล้านคน ซึ่งหมายความว่าระบบเอกซเรย์ที่ใช้เป็นด่านกักกันสิ่งของอันตรายจะเป็น "ของโบราณ" ไปเลยในเวลานั้น

 แต่แนวคิดดังกล่าวดูจะล้ำหน้าเทคโนโลยีที่จะมาใช้ "ดม" วัตถุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสารประกอบระเบิด ยาเสพติด หรือสารเคมี และเทคโนโลยีการ "สแกน" ที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่เท่าที่ทราบในเวลานี้มีการศึกษา "เซ็นเซอร์นาโน" ที่ใช้ "กราฟีน" เป็นส่วนประกอบ กราฟีนคือวัสดุที่ประกอบด้วยอะตอมคาร์บอนเรียงตัวกันในสองมิติ ที่มีโครงสร้างเป็นรูปตาข่ายรวงผึ้ง ที่มีการพัฒนาเป็นเซ็นเซอร์ความไวสูง ที่จะแปลความหมายของระดับแสงที่เป็นเอกลักษณ์ของสารเคมีทุกชนิดที่สะท้อนออกมาจากการสัมผัสแสงขาว ซึ่งนักวิจัยในอเมริกาเหนือเชื่อว่าจะสามารถนำเซ็นเซอร์ความไวสูงสุดยอดออกมาใช้งานได้ในช่วงทศวรรษข้างหน้านี้

 ยังดีที่แค่ถูก "ดม" ดีกว่าต้องเป็นชีเปลือยให้เจ้าหน้าที่รปภ.สนามบินค้นตัวด้วยเครื่องตรวจสแกนเนอร์ที่มองทะลุทะลวงเสื้อผ้าจนเห็นเนื้อหนังได้เต็มที่อย่างเช่นที่สนามบินหลายแห่งในสหรัฐใช้อยู่ในปัจจุบัน คิดว่าสุขภาพจิตของผู้โดยสารเครื่องบินคงจะดีขึ้นตามไปด้วย