ข่าว

ไทยนำเหตุจับสปายเขมรฟ้องศาลโลก

ไทยนำเหตุจับสปายเขมรฟ้องศาลโลก

10 มิ.ย. 2554

นายกฯชี้จับสายลับกัมพูชา ต้องดำเนินการตามกฎหมายไทย เตรียมฟ้องค.ก.มรดกโลก-ศาลโลก มัดกัมพูชารุกรานไทย "กต."ยืนยันไทยดำเนินคดี"อย่างเป็นธรรม จับมือ"ความมั่นคง"วิเคราะห์เอกสาร"เขมร"

(10มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารพรานได้จับกุมตัวผู้ชาย 3 คนที่มีทั้งชาวไทย ชาวกัมพูชา และชาวเวียดนาม ใช้รถยนต์เป็นพาหนะลักลอบสอดแนมหาพิกัดที่ตั้งของทหารไทย และสำรวจหลุมหลบภัยของชาวบ้าน ที่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ แต่เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้ประสานมายังฝ่ายความมั่นคงของไทย เพื่อขอตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ว่า ตนได้พูดคุยกับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายของไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไทยจะใช้เรื่องนี้ไปใช้เจรจากับกัมพูชาในกรณีของนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำของกัมพูชาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณารายละเอียดทั้งหมด เพราะต้องสอบสวนให้ไปถึงต้นเหตุและวัตถุประสงค์ของคนเหล่านิ้ เนื่องจากมีเอกสารหลายอย่างและแผนที่ ดังนั้น เราต้องแจ้งให้กัมพูชารับทราบว่านี่คือสิ่งที่ไทยพบ และเราไม่ยอมรับการกระทำแบบนี้ อย่างไรก็ตาม นายสุวิทย์บอกว่าจะใช้เรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์ในเวทีอื่นๆด้วย

ต่อข้อถามว่ากัมพูชายังใช้วิธีการสืบข้อมูลเรื่องของทหารและหลุมหลบภัย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "นี่เป็นตัวหนึ่งที่เราจะใช้ไปบอกกับเวทีต่างๆในโลกว่ามันแสดงออกถึงเจตนาของกัมพูชา ทั้งนี้ยังมีเวลาที่ไทยสามารถส่งข้อมูลดังกล่าวเพิ่มเติมไปยังคณะกรรมการมรดกโลก และเราอาจมีการยื่นต่อศาลโลกด้วย แต่ต้องพิจารณาข้อมูลก่อน ซึ่งตนมั่นใจว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทย และเมื่อต่างประเทศได้เห็นข้อมูลตรงนี้ จะเห็นได้ชัดว่าฝ่ายที่มีเจตนาคือฝ่ายกัมพูชา และสิ่งที่กัมพูชาอ้างมาตลอดว่าไทยรุกรานเขานั้นไม่ได้มีหลักฐานใดเลย แต่ในทางตรงกันข้ามเขากลับกระทำอย่างนี้"

"กต."ยืนยันไทยดำเนินคดี"อย่างเป็นธรรม
 
  นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรลักษณ์ พร้อมด้วยกรมทหารพรานที่ 23 จับกุมตัวสายลับกัมพูชา 3 คน ที่เข้ามาโจรกรรมพิกัดที่ตั้งทางทหาร ในว่า ทางการไทยได้ดำเนินทางกฎหมายกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน โดยเรื่องนี้ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของไทยแล้ว และยืนยันว่าทั้ง 3 คนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

จับมือ"ความมั่นคง"วิเคราะห์เอกสาร"เขมร"

 นายธานี กล่าวด้วยว่า ตามที่นายวีระชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธนแลนด์ ได้เป็นตัวแทนนำส่งเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลผู้อพยพตามแนวชายแดนของไทยและผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ)   เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันศาลโลกได้ส่งเอกสารประเภทข้อมูลเดียวกันนี้ของฝ่ายกัมพูชาให้กับไทย เพื่อให้ฝ่ายไทยได้วิเคราะห์ข้อมูลในเอกสารดังกล่าว แล้วจึงนำส่งกลับไปยังศาลโลก ในวันที่ 14 มิ.ย. 2554

พื้นที่เตรียมสอบเพิ่มคนไทยร่วมขบวนการสายลับ

 ขณะที่พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรพานนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 23 บ้านน้ำเย็น อ.กันทรลักษ์ และ พ.ต.อ.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ ได้รวบรวมข้อมูลตรวจสอบหลักฐานของกลางที่จับกุมได้พร้อมกับสายลับจากกัมพูชา เวียดนาม และไทย รวม 3 คนที่เข้ามาทำแผนที่ ที่ตั้งของข้อมูลลับทางด้านความมั่นคง ตลอดแนวชายแดนเพื่อส่งให้ฝ่ายตรงข้าม ล่าสุดได้รับการประสานจากผู้ต้องหาคนไทยที่จะให้การรับสารภาพ  ส่วนผู้ต้องหาจากเวียดนาม และกัมพูชา ยังปฏิเสธ  โดยอ้างว่าขอให้กงสุลของประเทศตนร่วมรับฟังด้วย 

  พ.อ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่เฝ้าตรึงกำลังตามแนวชายแดนเขาพระวิหาร ได้เฝ้าระวัง ติดตามหาข่าว รับฟังข้อมูลจากฝ่ายกัมพูชา หากมีข้อมูล หรือ ความเคลื่อนไหวจากทหารรายงานให้ทราบทันทีเพื่อรายงานหน่วยเหนือต่อไป