ข่าว

พ่อค้าปุ๋ยขอขึ้นราคาอ้างต้นทุนพุ่ง

พ่อค้าปุ๋ยขอขึ้นราคาอ้างต้นทุนพุ่ง

10 มิ.ย. 2554

สมาคมค้าปุ๋ยร้องพาณิชย์ปรับเพดานราคาปุ๋ย อ้างต้นทุนพุ่ง จากความต้องการใช้ทั่วโลกสูง ราคาน้ำมันพุ่ง ระบุหากไม่ปรับให้สอดคล้องกับตลาด ปุ๋ยอาจขาดแคลน

 นายเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตร เปิดเผยว่า ทางสมาคมต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ปรับราคาแนะนำปุ๋ยให้สอดคล้องกับตลาดโลก เนื่องจากต้นทุนนำเข้าเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะราคาแม่ปุ๋ยปรับขึ้นทุกตัว ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้ปุ๋ยทั่วโลกเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น จีน มีมาตรการลดการส่งออกปุ๋ยยูเรีย

 "ตอนนี้แม้ว่าผมอยากจะนำเข้า แต่มีเพดานกดเอาไว้ อาจทำให้ปุ๋ยขาดแคลนได้ ซึ่งเราก็ไม่ได้ต้องการให้ตลาดปั่นป่วน แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงของโลกด้วย ซึ่งราคาในประเทศสะท้อนตลาดโลก ที่กล่าวหาพ่อค้าผูกขาดตลาดปุ๋ย ทำให้ราคาแพงนั้นไม่เป็นความจริง ทั่วโลกใช้ปุ๋ย 170 ล้านตันต่อปี ไทยนำเข้าปีละ 5 ล้านตันแค่ 1.6-2% มีอิทธิพลเหนือตลาดโลกได้อย่างไร" นายเปล่งศักดิ์กล่าว

 นายชุมพล ดิเรกวัฒนชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการค้า บริษัท ยาร่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ราคาเพดานปุ๋ยที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ต่ำกว่าราคาตลาดมาก เช่น ปุ๋ยยูเรียราคาตลาดโลกอยู่ที่ 16,400 บาทต่อตัน แต่ราคาแนะนำอยู่ที่ 14,210 บาทต่อตัน ปุ๋ยฟอสเฟต ราคาตลาดโลกอยู่ที่ 2.3 หมื่นบาทต่อตัน แต่ราคาแนะนำอยู่ที่ 21,500 บาทต่อตัน และราคาปุ๋ยไนโตรเจน ราคา 16,300 บาทต่อตัน ราคาแนะนำอยู่ที่ 15,800 บาทต่อตัน โดยราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาอาหารและน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

 นายเทพวิทย์ เตียวสุรัตน์กุล กรรมการรองผู้จัดการบริษัท เจียไต๋ จำกัด ระบุว่า ความต้องการใช้ปุ๋ยปีนี้น่าจะอยู่ที่ 5.4 ล้านตัน และคาดว่าช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายนนี้ จะมีการใช้ปุ๋ยไม่น้อย 6 แสนตันต่อเดือน หรือ 2.4 ล้านตันในช่วง 4 เดือน หากรัฐบาลยังไม่ปรับเพดานราคาปุ๋ยให้เหมาะสมกับราคาตลาด อาจเกิดภาวะขาดแคลนปุ๋ยได้

 ด้านนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า หากผู้ผลิตปุ๋ยเคมีมีต้นทุนสูงขึ้นจริง ก็ให้ส่งหนังสือแจ้งต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบปุ๋ยรอบใหม่มาได้ โดยกรมจะกำหนดวันประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาปุ๋ยเคมีรอบใหม่ให้ หลังจากที่อนุมัติขึ้นราคาปุ๋ยเคมีก่อนหน้านี้ เมื่อปลายพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ผู้ผลิตต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าต้นทุนสูงขึ้นจริง