ข่าว

เกาะติดสนามเลือกตั้ง-ระวัง!เป็นจุดอ่อน

เกาะติดสนามเลือกตั้ง-ระวัง!เป็นจุดอ่อน

10 มิ.ย. 2554

การตอบโต้รายวันระหว่าง 2 ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์" กับ "เครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่นทักษิณ" (คนท.) นำโดย "แก้วสรร อติโพธิ" นักวิชาการและอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คต

ในประเด็นให้ประชาชนร่วมลงชื่อยื่นกล่าวโทษ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เพื่อหยุดการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมให้ "ทักษิณ ชินวัตร" ในคดีซุกหุ้น

 "ณัฐวุฒิ" ออกมาตั้งข้อสังเกตพฤติกรรม "แก้วสรร" เป็นการชี้นำกระบวนการยุติธรรมใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือใส่ร้าย "ยิ่งลักษณ์" พร้อมตั้งคำถามทำตามคำสั่งใครหรือไม่

 ขณะที่ "พร้อมพงศ์" ก็ไปฟ้องร้องที่กองปราบปราม ให้ตรวจสอบ "แก้วสรร" และ "นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์" แกนนำเสื้อหลากสี กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 53 (5) การเคลื่อนไหวทำให้พรรคเพื่อไทย และ "ยิ่งลักษณ์" เสียคะแนนนิยม โดยเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะมีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง

 การขับเคลื่อนของ "ณัฐวุฒิ" และ "พร้อมพงศ์" หากยิ่งขยายความจะสร้างความสงสัยให้ประชาชนอยากรู้ข้อเท็จจริงของคดีมากยิ่งขึ้น หากถามว่า เมื่อกางข้อเท็จจริงใครได้เปรียบเสียเปรียบ "ณัฐวุฒิ" และ "พร้อมพงศ์" คงมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว

 และยิ่งเปรียบ "ดีกรี"  ระหว่าง "ณัฐวุฒิ-พร้อมพงศ์" กับ "แก้วสรร" ถือเป็นมวยคนละชั้น โดยเฉพาะต้นทุนทางสังคมไม่ต้องพูดถึง

 เจอประโยค "แก้วสรร" ที่พูดถึง "ณัฐวุฒิ" หลังจากทราบว่าจะแจ้งความดำเนินว่า

 "เดิมนึกว่าเพื่อไทยจะหาคนที่เคารพและรู้กฎหมายให้ออกมาเอาเรื่อง แต่ดันเอานายณัฐวุฒิ คนยุยงประชาชนเผาบ้านเมืองติดคดีความป่วนเมืองหลายกระทง ด่าศาลซ้ำซากอย่างณัฐวุฒิออกมาชนอย่างนี้ แสดงว่าต้องการเอากฎหมายมาบู๊มาขู่ให้คนกลัวจนไม่ร่วมกล่าวโทษกับเราเท่านั้นเอง นี่แสดงว่าความเคลื่อนไหวกล่าวโทษของ คนท.ครั้งนี้ ไปเหยียบตาปลา ไปขัดขวางแผนนิรโทษกรรมนายใหญ่ของเขาจริงๆ อย่างที่เราเข้าใจ”

 สังคมรู้ว่า "แก้วสรร" เป็นคนมีบุคลิกโผงผาง ตรงไปตรงมา "ยิ่งพวกมีแผล" ต้องเรียกว่า "อย่าแหย่หนวดเสือ" โดนเต็มๆ เช่นหมัดเด็ดที่สวนกลับ "ณัฐวุฒิ" เชื่อคงเดินเปไปหลายวัน

 ดังนั้น "พรรคเพื่อไทย" คงต้องปรับกลยุทธ์การตอบโต้ทุกเรื่องใหม่ เพราะขณะนี้เริ่มมีหลายเรื่องส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมพรรคการตอบโต้ในวลี "น้ำล้างชาม-น้ำล้างเท้า" หรือกระแสข่าวกองทัพบกแจ้งความผู้สมัครของพรรคข่มขู่และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

 หรือแม้แต่ "คนเสื้อแดง" บางส่วนที่ไปป่วนผู้สมัครพรรคคู่แข่ง สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งในการขับเคลื่อนทางการเมืองให้พรรคเพื่อไทยอีกด้านหนึ่ง ได้กลายมาเป็นหอกทิ่มแทงพรรคเพื่อไทยด้วยเช่นกัน

 สำหรับกรณี "แก้วสรร" กับ "ณัฐวุฒิ" คงต้องหาคนที่มีต้นทุนทางสังคมสูง เท่าเทียมกัน หรือใกล้เคียงกับ "แก้วสรร" มาเป็น "คู่ชก"

 ช่วงนี้ "พรรคเพื่อไทย" มีเรื่องให้ต้องระวังจุดแข็งที่จะกลายเป็น "จุดอ่อน" เมื่อก่อนถือเป็นตัวช่วย เป็นมือเป็นไม้ให้พรรค มีพลังในการขับเคลื่อนทางการเมือง

 แต่เมื่อ "จุดแข็ง" ที่สำคัญตนผิดคิดว่าตัวเองเป็น "แม่เหล็กใหญ่" ที่พูดแล้วใครต้องเชื่อ สถานการณ์ขณะนี้คงต้องกลับไป "คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อพรรคเพื่อไทยทุกคน" น่าจะดีกว่า!

สมถวิล เทพสวัสดิ์