
เงินหมื่นล้านและเกมพนัน ส.ส.
เพียงแค่ 2 สัปดาห์มีเงินหายไปจากระบบเป็นหมื่นล้านบาท ?!!
น่าสนใจนะครับว่ามันหายไปไหน เงินไม่ใช่น้อยๆ และหายไปช่วงปล่อยตัวหาเสียงเลือกตั้งพอดิบพอดี
พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.กำชับให้ตำรวจทุกท้องที่เฝ้าจับตาและตามเส้นทางเงินเหล่านี้แล้ว
เมื่อมีเหตุให้ชวนสงสัยก็ต้องตรวจสอบ
การเมืองไทยไม่เคยไปไกลกว่าการซื้อเสียง เมื่อเหตุแห่งอดีตมีมาอย่างไร ผลที่ตามมาในปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น และย่อมส่งผลไปถึงอนาคตข้างหน้าด้วย
การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ใช่ทำกันง่ายๆ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แม้แต่ตำรวจเศรษฐกิจหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษยังต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ
การทำธุรกรรมทางการเงินเกินกว่า 2 ล้านบาท ต้องแจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สาเหตุก็เพราะจะได้ตรวจสอบได้ว่า ใช้ไปในการใด ฟอกเงินหรือไม่
ถ้าจะตรวจสอบกันจริงๆ ก็ต้องเริ่มจากตรงนี้ ใคร คนไหน เกี่ยวพันกับนักการเมืองหรือไม่อย่างไร แล้วนำไปใช้ทำอะไร
ลำพังตำรวจท้องที่คงสาวไปไม่ถึง ยกเว้นจะแจกกันโต้งๆ เห็นกันจะจะคาตา นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่มีอีกแล้ว วิธีแจกเงินและเข้าถึงเงินสลับซับซ้อนมากขึ้น
แค่ยกแรกก็มีข่าวเกมพนัน ส.ส.เกิดขึ้นแล้ว ?!!
เล่นไม่ยาก เหมือนเชียร์มวย เชียร์ม้า ตั้งกติกาคนนี้เข้าป้าย แทงเท่าไรรับทรัพย์เท่าใดขึ้นอยู่กับการตกลงกัน
คนเล่นอยากได้เงินก็ต้องกาเบอร์นั้น ดีไม่ดีชักชวนญาติโกโหติกา เพื่อนฝูงไปช่วยกาด้วย
อีกวิธีแทงมวยรองจะได้เพิ่มคะแนนเสียง จากวิธีทำลักษณะเดียวกันนี้
ขอย้ำไว้ในบรรทัดอีกนะครับว่า การพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ยิ่งพนันขันต่อเลือกตั้งเช่นนี้มีความผิดเป็น 2 เท่า
ยังไม่รวมที่แฝงมากับพนันบั้งไฟที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อุบลราชธานี กำชับไปก่อนหน้านี้ด้วย
เมื่อข้อจำกัดมีมากขึ้น รูปแบบก็ย่อมซับซ้อนขึ้น ตำรวจต้องตามให้ทันเล่ห์กลนักการเมือง
เงินหมื่นล้าน 40 เปอร์เซ็นต์อย่างที่ฝ่ายการเมืองหักหัวคิวโครงการก็ปาเข้าไป 4,000 ล้านบาทแล้ว
ลำพังเงินเดือน ส.ส.4 ปี ได้ไม่ถึง 5 ล้าน พอพ้นสภาพรวยขึ้นเป็นกองเงินมาจากไหน คงไม่ต้องบอก
ปลูกพืชย่อมหวังผล ซื้อเสียงก็ต้องได้คืนพร้อมดอกเบี้ย !?!
อนลัส
[email protected]



