ข่าว

นักกม.ไม่ชี้คดีเจ๊ปู-2ขั้วฟุ้งตั้งรัฐบาล

นักกม.ไม่ชี้คดีเจ๊ปู-2ขั้วฟุ้งตั้งรัฐบาล

10 มิ.ย. 2554

นักกฎหมาย-โฆษกส.ทนายความ ไม่ฟันธง คดี "ยิ่งลักษณ์" ชี้ พลิกได้หลายมุม "เจษฎ์" สงสัย "แก้วสรร" เดินหน้าชนตอนเลือกตั้ง แต่ไม่ทำในช่วงเป็น คตส. ด้าน "พท.-ปชป." เกทับบลัฟแหลก ฟุ้งตัวเลขรวม ชิงดำตั้งรัฐบาล

นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สาขานิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวถึงกรณีที่นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต คตส. และแกนนำเครือข่ายพลเมือง คัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.) ออกมาเรียกร้องให้ร่วมกันกล่าวโทษ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในข้อหาเบิกความเท็จต่อศาลฎีกานักการเมืองในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และให้การเท็จต่อ คตส.และตลาดหลักทรัพย์ว่า  เรื่องนี้ มองได้หลายแง่มุม

เขาอธิบายว่า ถ้า น.ส. ยิ่งลักษณ์ เชื่อโดยสุจริตใจว่า มีการดำเนินการให้หุ้นเป็นของเธอเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่เข้าข่ายเบิกความเท็จ แต่ถ้ารู้อยู่แล้วว่า หุ้นไม่ใช่ของตนเอง แต่กลับไปเบิกความต่อศาลว่าเป็นของตนเองก็เป็นการเบิกความ ซึ่งหากกระทำในลักษณะดังกล่าวในชั้น คตส. และ กลต. ด้วย ก็เข้าข่ายให้การเท็จเช่นกัน

"หากมีการดำเนินคดีกับ คุณยิ่งลักษณ์ เรื่องนี้ก็ต้องว่า ไปตามกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องพิสูจน์กันไปในชั้นศาล  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน" ดร. เจษฎ์ ระบุ

นายเจษฎ์ ยังกล่าวด้วยว่า การที่นายแก้วสรร เคยเป็น คตส. แต่ไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ก็เป็นคำถามสำหรับ นายแก้วสรร เหมือนกันว่า ทำไมถึงต้องการมาดำเนินคดีในตอนนี้ ที่อยู่ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง

"ถ้าตอนนั้น ยังไม่มีหลักฐาน เพิ่งมามีหลักฐานเอาตอนนี้ ก็ไม่ว่ากัน แต่ก็ขอให้ อาจารย์แก้วสรร รีบทำให้จบ ๆ เสียตอนนี้่ เพราะถ้าปล่อยให้ไปถึงตอนที่เลือกตั้งเสร็จแล้ว เกิดพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล  คุณยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ มันก็จะวุ่นวายกันใหญ่  ประชาชนที่เขาเลือกคุณยิ่งลักษณ์ เลือก ส.ส.พรรคเพื่อไทยมาเป็นจำนวนมาก เขาก็คงไม่ยอมเหมือนกัน คงลุกฮือขึ้นมา มองว่า เล่นกันไม่เลิก" นายเจษฎ์  กล่าว

ด้านสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ กล่าวว่า  ตามหลักกฎหมายความผิดฐานเบิกความเท็จ ต้องเป็นการให้การในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง และเรื่องที่ไม่จริงนั้น เป็นสาระสำคัญของคดี

ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเข้าข่ายเบิกความเท็จหรือไม่ ยังไม่สามารถฟันธงได้ เพราะว่า จะดูข้อเท็จจริงจากข่าวอย่างเดียวไม่ได้ เพราะหลายคดีเมื่อไปถึงศาล ข้อเท็จจริงในคดี ไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นข่าว และศาลจะฟังข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นศาล และพยานหลักฐานในสำนวนคดีเท่านั้น ไม่ฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนคดี

"อะไรเท็จ อะไรจริง ต้องเห็นเอกสารและหลักฐานทั้งหมดก่อน เคยมีคดีในอดีต ที่พยานเบิกความในชั้นศาล แต่ศาลไม่เชื่อพยานปากนั้น และศาลตัดสินไปในอีกทางหนึ่ง แต่พยานปากนั้น ก็ไม่ได้มีความผิดฐานเบิกความเท็จ" นายสมบัติ ยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย

ปชป. ตั้งเป้าสูง รวมพรรคกลางเล็ก ตั้งรัฐบาล270 เสียง

ด้านสถานการณ์การเลือกตั้ง ของ 2พรรคการเมืองใหญ่ ยังคงขับเคี่ยวกันอย่างหนัก โดยมีการเกทับกันไปมา พร้อมกับ ๆ การเตรียมสูตรจัดตั้งรัฐบาล ในแบบสูตรใครสูตรมัน โดยอ้างอิงจากตัวเลขผลโพลล์ที่ตัวเองต่างสำรวจมา

แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเลือกตั้ง ซึ่งผ่านพ้นช่วงโค้งแรกมา และกำลังจะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้าว่า จนถึงวันนี้ มีความมั่นใจมากว่า พรรคจะสามารถจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้ โดยคาดว่า จะได้ส.ส.ราว 170 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทย จะได้ส.ส.ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนส.ส.ทั้งหมด หรือราว 230 ที่นั่ง

สำหรับพรรคกลางและเล็กนั้น จนถึงวันนี้ มั่นใจว่า จะได้เสียงรวมกันถึง 100 เสียง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ สามารถฟอร์มรัฐบาล 270 เสียงได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะประเทศจะไม่เดินหน้า และจะเกิดปัญหาตามมามากมาย

พท. เกทับ ผสมทุกพรรค เว้น ปชป.-ภท. มั่นใจ ทะลุ 300 เสียง

ขณะที่ แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย ก็แสดงความเชื่อมั่นเช่นเดียวกันว่า พรรคยังคงยืนยันจำนวนส.ส. 270 คน จากการสำรวจโดยโพลล์ของพรรค และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ พรรคประชาธิปัตย์รอบนี้ จะได้ที่นั่งทั่วประเทศเพียง 150 ที่นั่ง

ทั้งนี้ ที่นั่งที่พรรคจะได้เพิ่ม จะมาจาก 2 ส่วนใหญ่ คือกทม. ซึ่งพรรคสามารถกำชัยชนะเหนือพรรคประชาธิปัตย์ โดยคาดว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเหลือที่นั่งในกทม. ไม่เกิน 10 ที่นั่ง พร้อม ๆ กับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมาจากการได้ที่นั่งเพิ่มในภาคอิสาน ซึ่งมาจากการช่วงชิงพื้นที่ส.ส.เขต กับพรรคภูมิใจไทย บวกกับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ทั่วภาคอิสานที่เพิ่มขึ้น

แหล่งข่าวรายเดิม เปิดเผยด้วยว่า แม้ว่า พรรคจะได้จำนวนที่นั่งในสภาเกินครึ่ง แต่ก็จะจัดตั้งรัฐบาลผสม ร่วมกับพรรคการเมืองทุกพรรค ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเชื่อว่า จะได้สูตรรัฐบาลผสม ที่มีเสียงทะลุ 300 เสียง

ทั้งนี้ พรรคประเมินว่า เสียงของพรรคขนาดกลางและเล็ก จะมีเสียงรวมกันไม่ถึง 100 เสียง โดยพรรคชาติไทยพัฒนา จะได้ส.ส.ราว 30 เสียง ขณะที่พรรคชาติพัฒนาเพื่้อแผ่นดิน จะได้ส.ส.ไม่เกิน 15 เสียง

นอกจากนั้น ยังคาดว่า พรรคพลังชล จะได้ส.ส.ในภาคตะวันออก รวมถึงพรรคมาตุภูมิ ของพล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ก็น่าจะได้ที่นั่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

"เมื่อรวมกันจัดตั้งรัฐบาล จะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มากกว่า 300 เสียงอย่างแน่นอน" แหล่งข่าวรายเดิมจากพรรคเพื่อไทย ระบุ

สำหรับพรรคภูมิใจไทยนั้น แหล่งข่าวรายนี้ ระบุว่า มีแนวโน้มจะได้เฉพาะส.ส.ระบบเขต ซึ่งรวมแล้วไม่เกิน 30 ที่นั่ง แต่พรรคได้ประกาศไปแล้วว่า จะไม่ร่วมงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น พรรคภูมิใจไทย ก็คงต้องไปเป็นฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์