
ขบวนสื่อตามมาร์คหาเสียงเกิดอุบัติเหตุ
ขบวนสื่อตามนายกฯอภิสิทธิ์หาเสียงที่ลพบุรีเกิดอุบัติเหตุระหว่างกลับ กทม. รถพังนักข่าวบาดเจ็บ ชาวชัยบาดาลต้อนรับ"อภิสิทธิ์"อบอุ่น นร.กรี๊ดสนั่น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา อ้อนนักเรียนสะกิดบอกพ่อแม่เลือกเบอร์ 10
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. ระหว่างที่ขบวนรถสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวการหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับจากการหาเสียงที่โรงเรียนชัยบาดาลวิทยา อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เพื่อกลับสู่กรุงเทพฯ ปรากฏว่าระหว่างทางกลับขบวนรถใช้ความเร็วสูงประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเข้าเขต จ.สระบุรี ก่อนถึงสามแยกหนองจาน อ.เฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 700 เมตร ได้เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน
เมื่อด้านขวาของช่องจราจรมีรถบรรทุก10ล้อ ทะเบียน 84-4489 นครราชสีมา ที่บรรทุกรถแบคโฮชะลอความเร็วเพื่อให้ขบวนผ่าน ซึ่งขบวนของนายอภิสิทธิ์และทีมรปภ.ได้ผ่านไปด้วยดี แต่ปรากฏว่าหลังขบวนของนายอภิสิทธิ์เป็นรถของสื่อมวลชนที่ตามมาทำข่าวทุกสำนัก ซึ่งหัวขบวนรถสื่อหลบรถบรรทุกคันดังกล่าวทัน แต่ทว่ารถของเอเอสทีวีผู้จัดการ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัสติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌง 6117 กทม.ที่วิ่งเลนขวาสุดช่วงท้ายขบวนหักหลบไม่ทันจึงทำให้ประตูขวาฝั่งคนขับเฉี่ยวกับท้ายรถสิบล้ออย่างจังจนทำให้ประตูหลุด และรถได้หมุนจนหัวรถย้อนศร และได้ไปเกี่ยวกับรถของสำนักข่าวINN ยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่าอัลติส สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ศช7709 กทม. ที่แล่นอยู่ด้านซ้ายและรถของช่อง11 ยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า รุ่นอัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ญข 6925 กทม.ที่แล่นตามหลังรถของASTVได้ชนซ้ำที่ด้านหน้าแต่โชคดีเบรคทันจึงไม่รุนแรงนัก
ทั้งนี้เมื่อขบวนสื่อชุดหน้าที่พ้นรถบรรทุกไปแล้วทราบจากวิทยุสื่อสารและสังเกตกระจกหลังว่ามีรถนักข่าวชนกันและหายไปจึงสละภารกิจการติดตามนายอภิสิทธิ์แลวยูเทิร์นกลับมาดูเพื่อนสื่อมวลชนที่เกิดอุบัติเหตุ
รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บจากสื่อ 3 สำนัก ประกอบด้วยน.ส.สุภางค์ ศิริเดช ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเอเอสทีวี ซึ่งบาดเจ็บหนักที่สุดโดยศีรษะกระแทกอย่างแรง จนคิ้วซ้ายแตกเป็นแผลรอยยาว ไม่รู้สึกตัวในช่วงแรก ผลจากการตรวจเอ็กซเรย์ พบว่ากระดูกคอเคลื่อน 2 มิลลิเมตร ส่วนน.ส.กรานต์ทิพย์ จันทจร ผู้สื่อข่าวเอเอสทีวี บาดเจ็บที่คอและขาขวาจากการถูกกระแทกอย่างแรง ทำให้ขยับไม่ได้ และนายอัครพล นิยมญาต ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวINN ที่ขาขวากระแทกอย่างแรง โดยทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
ทั้งนี้เมื่อนายอภิสิทธิ์ ทราบข่าว จึงได้รุดกลับมาเยี่ยมที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลดังกล่าวในชุดที่ลุยหาเสียง ยังมีคราบสีเหลืองของดอกดาวเรืองเต็มเสื้อ เพื่อสอบถามอาการและสาเหตุของเหตุการณ์นี้ด้วยความห่วงใย โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงเดินทางกลับ
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามคนขับรถของเอเอสทีวีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อยทำให้ทราบว่าไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยและโชคดีที่ตัวไม่หลุดออกไปนอกรถ และหากคาดคงหลบท้าย10ล้อที่เฉี่ยวผ่านหน้าไม่ทันเพราะสายเข็มขัดจะล็อคและแขนตนอาจขาดแน่ๆ อย่างไรก็ตามไม่ได้แขวนพระหรือเครื่องลางแต่อย่างใด และคิดว่าหลังจากเหตุการณ์นี้จะไปทำบุญ
มาร์คลงพื้นที่ชัยบาดาลชาวบ้านต้อนรับอบอุ่น
ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมายังศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และได้เดินหาเสียงในตลาดสดชาญชัย ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของพ่อค้าแม่ค้าที่วางมือจากร้านค้าของตัวเองออกมาต้อนรับนายอภิสิทธิ์ ซึ่งแม่ค้าร้านหนึ่งทำ “ไข่ลูกเขย” มาให้นายอภิสิทธิ์ โดยว่าหวังจะให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯเขยเมืองชัยบาดาล จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้เดินเข้าไปด้านในตลาดและได้แวะร้านขายไข่ไก่ “เจ๊สมนึก” ที่เขียนป้ายหน้าร้านว่า “ไข่ไก่ราคาลดแล้ว” โดยเจ๊สมนึกยืนยันว่าราคาไข่ไก่ได้ลดราคาแล้วจริง ซึ่งหลังการพูดคุยนายอภิสิทธิ์ได้เซ็นชื่อบนป้ายร้านเจ๊สมนึกด้วย
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ขึ้นรถแห่จากด้านหน้าตลาดสดชาญชัยมายังโรงเรียนชัยบาดาลวิทยาซึ่งตลอดทางนายอภิสิทธิ์ได้โบกมือทักทายและยกมือสวัสดีกับประชาชนสองข้างทางท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ ซึ่งขบวนแห่ของนายอภิสิทธิ์ก็ได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาจากทีมรปภ. ที่ขี่มอเตอร์ไซประกบรอบรถแห่ทั้ง 4 ทิศ รวมทั้งมีรถมอเตอร์ไซขนดอกกุหลาบที่คอยแจกให้กับกองเชียร์ของพรรคขี่ประกบขบวนแห่ห่างๆด้วย ทั้งนี้เมื่อขบวนแห่ของนายอภิสิทธิ์เดินทางถึงโรงเรียนชัยบาดาลวิทยา เพียงแค่รถเลี้ยวเข้ามาในโรงเรียนก็ได้รับเสียงกรี๊ดสนั่นจากนักเรียนทั้งโรงเรียนนับพันคนที่มารอต้อนรับเนื่องจากเป็นเวลาเลิกเรียนพอดี
ต่อมานายอภิสิทธิ์ ได้นำผู้สมัครส.ส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 4 คนเข้ามาพบกลุ่มนักเรียนภายในหอประชุมโรงเรียนเรียน พร้อมกับปราศัยเน้นที่นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ว่า เรียนฟรีนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะมีลูกหลานต้อการเรียนต่อจนถึงระดับปริญญาตรีและอุดมศึกษา แต่รัฐบาลไม่สามารถทำให้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรีได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ได้เริ่มต้นนโยบายกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้นักเรียนได้กู้เรียนจนจบปริญญาตรีและคิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ1 สามารถช่วยแหลือเยาวชนจำนวนมาก แต่ปัจจุบันเงินของกองทุนไม่พอกับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น จึงจะมีการเพิ่มเงินกองทุนฯอีก 2.5 แสนทุน ให้เยาวชนทุกคนที่อยากเรียนมหาวิทยาลัยสามารถกู้ยืมเรียนได้
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการปรองดองของพรรคเพื่อไทยซึ่งทีมปรองดองประกอบด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อและแกนนำคนเสื้อแดงที่มีชื่ออยู่ในส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อทั้งแผง และแม้ช่วงนี้มีคนเสื้อแดงตามรบกวนจนทุกจุดในการเสียง แต่ตนยืนยันว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันและพรรคประชาธิปัตย์ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายบ้านเมืองจึงจะสงบเรียบร้อยได้
“เราไม่เชื่อว่าจะปรองดองได้ด้วยการล้างความผิดให้คุณทักษิณและเสื้อแดง เชื่อว่าพี่น้องจำนวนมากคงไม่ยอม เพราะหากประชาชนทำผิดกฎหมายใครจะออกกฎหมายล้างความิดให้ ก็คงไม่มี และใครยอมคนที่ถูกคนข่มขู่ส่งเสียงดัง ไปเรื่อยๆบ้านเมืองคงจะหาความสงบไม่ได้ เพราะจะมีแต่การเรียกร้องแต่ความต้องการของตัวเอง วันนี้เราอย่าไปเข้าอยู่ในความขัดแย้งอีกเลย ขอให้ลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อยืนยันกับชาวโลกว่าเราจะพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าเท่านั้น ไม่เดินถอยหลัง ไม่เริ่มต้นจากศูนย์ ไม่นับหนึ่งและจะเริ่มสิ่งดีดีให้เต็มสิบ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ใครที่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งขอให้ช่วยเป็นหัวคะแนน ช่วยไปหาคนให้เลือกเบอร์สิบหน่อย ไปบอกคุณพ่อคุณแม่หรือใครก็ได้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งว่าอนาคตของประเทศคืออนาคตของพวกเราทุกคนที่ต้องการความสงบและต้องการรัฐบาลที่ทำเพื่อประชาชนและนายกรัฐมนตรีต้องยึดผลประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งสองปีที่ผ่านมาตนถือว่าได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทุกคน ฟันฝ่าปัญหายากๆมามาก หลายรื่องตนทำแล้วหลายคนไม่พอใจ ไม่สะใจ ไม่พอใจและผิดหวังกับสิ่งที่ตนทำก็เป็นธรรมดาของคนทำงาน แต่ยืนยันว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดไม่มีผลประโยชน์อื่นใดเท่าผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และขอยืนยันว่าตนไม่โกงและไม่ขี้เกียจ แลจะทำแบบนี้ต่อไปอีกสี่ปี
“เลือกตั้งครั้งนี้แข่งขันรุนแรงมาก ส.ส.ลพบุรีเป็นของพรรคใดอาจจะเป็นตัวชี้ขาดว่าใครเป็นรัฐบาลหรือฝายค้าน คราวที่แล้วลพบุรีมีส.ส.ปชป 1 คน จาก 4 คน และไม่พอใจการจัดตังรัฐบาล ดังนั้นครั้งนี้ถ้าอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลอีกต้องเลือกส.ส.พรรคประขาธิปัตย์ให้ได้มากกว่าเดิม ถ้าผมขอได้ผมขอส.ส.ทั้ง 4 คน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว



