
"อนุพงษ์"แนะเลือกพรรค-คนดีปท.สงบ
บิ๊กป๊อกแนะอยากให้บ้านเมืองสงบ ควรเลือกพรรคและคนดี มาบริหารประเทศ ย้ำชัดกองทัพไม่เข้าข้างสีใด ชี้หลังเลือกตั้งอาจไม่ได้รัฐบาลดีตามวาดฝัน แนะปชช.จะเลือกพรรคไหนก็ตัดสินใจไปเลย ลั่นกองทัพจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพกำลังพล และอาวุธ ฉะนักการเมืองปากเสียกล่าวหา
เมื่อเวลา10.45 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)มีการเสวนาภายใต้ชื่องาน ไทยแลนด์ แลคเชอร์ ครั้งที่ 3 หรือ วิสดอม ฟอร์เช้น โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา อาทิ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีต รมว.คลัง
พล.อ.อนุพงษ์ ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ความมั่นคงของประเทศไทย”ว่า เรื่องความมั่นคงนั้นเป็นหลักของประเทศ ความมั่นคงไม่ใช่การทหารพียงอย่างเดียว ด้านเศรษฐกิจก็คือความมั่นคง ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความมั่นคงคือการเมือง ประเทศ ใดที่มีเสถียรภาพการเมืองก็จะทำให้ รัฐบาลมีเสถียรภาพที่ดีดังนั้นความมั่นคงทางการเมือง ด้านเสถียรภาพทางการเมืองต้องไปด้วยกันและ จะเกิดการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ประเทศถึงจะเดินหน้าไปได้ การที่จะมีบ้านเมืองที่มีเสถียรภาพทุกคนต้องทำหน้าที่ อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะ ส.ส. สว.และ พรรคการเมือง ช่วงนี้จะเห็นว่า มีการโฆษณาจากพรรคการเมืองมากมาย ฟังแล้วมันดี เมื่อ เห็นนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ทำให้ตนฝัน คล้ายกับเป็นเทวดา ในการเลือกตั้งทุกคนพูดดีหมด พอมาเป็นรัฐบาล ก็ขอให้ประชาชนช่วยผลักดันนโยบายที่พูดไว้ออกมาให้ได้
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า การเมืองในประเทศ ของเราก็มีส่วนดี เราบริหารโดย ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ยืนยันว่า สถาบันกษัตริย์ ดูแลประชาชน ไม่คิดเป็นพวกใดสีใดมีความเสมอภาค การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่ว่า ได้รัฐบาลดี ประชาธิปไตยดีตามที่วาดฝันไว้ การจะเลือกพรรคการเมือง จะเลือกพรรคไหนก็ได้ ก็เลือกสักพรรคเอาไปทางหนึ่งเลย ส่วนเรื่องการคอร์รัปชั่น ที่ถือว่าเป็นปัญหา ควรมีบทลงโทษที่หนักด้วย
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในด้านการทหารเราต้องคิดถึงภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น หลายคนถามจะมีทหารทำไม ขอเรียนว่า ภัยคุกคามเรามีจากนอกประเทศมานานแล้ว เขาจะมาลุกดินแดน เราจำเป็นต้องมีทหารไว้ จะเห็นว่า ทุกชาติไม่มีใครจ้างทหารจากประเทศอื่น มาปกป้องดินแดนของตน ปัจจุบันนี้ เรามีภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ยาเสพย์ติด แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การก่อการร้าย ภารกิจของทหาร มีสองส่วน คือ ด้านการเตรียมกำลัง โดย เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องปรับโครงสร้างให้เล็กและกระชับ เพื่อความทันสมัย ในโลกนี้กองทัพที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ อิสราเอล สวิสเซอร์แลนด์ ที่ทุกคนในชาติมีหน้าที่ปกป้องประเทศ เขาสามารถเตรียมกำลังพล ได้ภายใน 3 ชั่วโมง ต่างจากเราที่ 3 เดือน ไม่รู้จะจัดเตรียมได้หรือไม่ ดังนั้นการปกป้องประเทศอยากให้เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ทุกวันนี้คนที่จะมาเป็นทหาร เพียงเพราะไม่รู้จะไปไหน หรือไม่ได้เรียนหนังสือ เท่านั้น
พล.อ.อนุ พงษ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการรักษาความมั่งคงภายใน แม้จะไม่มีการสู้รบขนาดใหญ่แต่ตามแนวชายแดน ยังมีปัญหามากมาย ซึ่งกองทัพดำเนินการไปคนละแบบ อย่างชายแดนลาวก็แบบหนึ่ง ชายแดนพม่าก็แบบหนึ่ง ยกตัวอย่างกรณีผู้อพยพชาวโรฮิงยา ที่ยอมรับว่า ยังไงก็แก้ปัญหาไม่ได้ เมื่อมีการจับได้ เราก็ดำเนินการตามกฎหมาย ส่งตัวกลับประเทศ แต่คนเหล่านี้ก็จะกลับมาอีก โดยอาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ตลอดแนวชายแดน ระนอง ถึงแม่ฮ่องสอน เต็มไปหมด เพราะ เขาอยู่ในประเทศเขาไม่ได้ ส่วน ที่มีการเสนอตั้งองค์กรพิเศษมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะ บุคคลที่มีความสามารถอาทิ เรื่องของ ป.ป.ส.คนของ ป.ป.ส.เขาก็ไม่อยากมา เขาก็ต้องการเติบโตตามตำแหน่งหน้าที่ ในองค์กรของเขา
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า เรื่องปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนฟังนักการเมืองพูดออกทีวีว่าเลี้ยงไข้กันอยู่ ไม่มีการปราบปรามจริงจัง ฟังแล้วมันสะท้อนของภูมิปัญญาของคนปกครองพวกเรา ถ้า พูดเช่นนี้ไม่รู้มาอยู่ในสภาได้อย่างไร ถ้านำมาอยู่ในที่บ้านของตน อย่างมากเป็นได้เพียงผู้ที่เทขยะเท่านั้น ยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหา ไม่มีสิ่งใดนอกจากเอาชนะใจคนในพื้นที่ให้ได้ ถ้าเรายังอยากรักษาผืนแผ่นดินตรงนี้ไว้ เขาก็ต้องการสิทธิ์เช่นเดี่ยวกับคนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพชีวิต ทั้งเรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณะสุข ขอเรียนว่า คนในพื้นที่มีประมาณ 2 ล้านคน มีผู้ก่อความไม่สงบประมาณ 8 พันคน ตอนนี้ทหารก็เฝ้าระวัง ไม่ให้มีการชัดจูง กระทำความผิดเพิ่ม และคนส่วนใหญ่เป็นผู้บริสุทธิ์
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ทหารพยายามใช้ความรักเข้าไปดูแล พยามดึงเขาเข้ามา ทุกหมู่บ้านเรามีทหารดูแลอยู่ นี่คือหน้าที่หลัก ยืนยันว่า การใช้กองกำลังกวาดล้างเราทำไม่ได้ เพราะถ้าทำ องค์กรระหว่างประเทศ อาทิ องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น โอไอซี ก็จะเข้ามา นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้ 3 จังหวัด ชายแดนโดนแยกออกไปส่วนที่มีการพูดถึงเขตการปกครองพิเศษ ถามว่า เมื่อเป็นเขตปกครองพิเศษ คนในพื้นที่เขาจะอยู่กับเราหรือ เราต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา หรือถ้าให้มีการทำประชามติ รับรอง พื้นที่ตรงนี้หลุดอย่างแน่นอน มีอย่างเดียวเราต้องชนะใจเขาให้ได้
พล.อ.อนุ พงษ์ กล่าวว่า กรณีที่สื่อมวลชนลงข่าวว่า บิ๊กป๊อก บิ๊กป้อม สั่งทหาร ปราบปรามประชาชน ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม ขอเรียนว่า เกินครึ่งลูกน้องของตน เป็นคนอีสาน พ่อแม่ หรือญาติของพวกเขา ก็มาร่วมเดินขบวนประท้วงด้วย ตนสั่งฆ่าใครไม่ได้ อย่าไปเชื่อ พวกเพ้อเจ้อ ยืนยันว่า เราเป็นผู้ปฏิบัติ ในฐานะกลไกของรัฐทำแล้วชาติได้ประโยชน์ เราก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์ชาติ คนไทยด้วยกันใครจะไปทำ ที่บอกว่าทหารฆ่าประชาชน ถามว่าจะไปฆ่าใคร คนสั่งก็สั่งไม่ได้ คนฆ่าก็ฆ่าไม่ได้ ยืนยันว่าการดำเนินการของตนไม่มีฝักไม่มีฝ่าย เป็นตัวของตัวเอง เพราะ ที่ผ่านมาตนก็โดน เสื้อเหลือง เสื้อแดง ด่าว่ามาตลอด ยกตัวอย่างในสมัย รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี การที่ตนเดินตาม เพราะกลัวจะโดนปลด ซึ่งเรื่องนี้ไม่จริง ยืนยันว่าทหารไม่มีฝ่าย เพราะทหารอยู่ได้ในสังคม เพราะเป็นทหารของประชาชน และทหารก็ถือว่าเป็น สถาบันหนึ่ง และตนก็ไม่เคยทำตัวเหมือนเจ้าของบริษัท รวมถึง ผบ.ทบ.คนใหม่เช่นกันขอให้มั่นใจได้
พล.อ.อนุพงษ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง จะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร ว่า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขอให้ทุกอย่างเป็นตามกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนหรืออะไร ประเทศก็ต้องเดินหน้าได้ ไม่ว่าประชาชนจะเลือกพรรคไหนก็ตาม ตนขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคน ในการเลือกตั้งที่จะถึง
เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองการเลือกตั้งจะมีควรรุนแรงหรือไม่ว่า พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ดีแน่ถ้าเราเลือกคนดีเข้ามา เราก็จะได้รัฐบาลที่ดี ส่วนเหตุการณ์ปะทะถ้ามองในทางที่ดีก็ไม่มี เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรต่อประชาชนต่อจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบก็ควรเลือกคนดี และพรรคการมือที่ดี



