
ไทย ‘H1N1’ ระบาดหนัก ต.ค. พุ่งสูง 94% ย้ำ! วัคซีน-กินยารักษายังได้ผล
เตือนภัยสุขภาพ! ‘H1N1’ ระบาดไทยหนัก ต.ค. พุ่งสูง 94% กรมวิทย์ฯ ยันยังไม่พบเชื้อดื้อยา ย้ำวัคซีน-กินยารักษายังได้ผล!
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดผลเฝ้าระวังเชื้อไข้หวัดใหญ่ 10 เดือนแรกปี 69 เผยสายพันธุ์ A(H1N1)pdm09 ครองแชมป์ระบาดหนักสุด เฉพาะเดือน ต.ค. สุ่มตรวจเจอพุ่งสูงถึง 94.26% พร้อมส่งข่าวดี ผลวิเคราะห์ทางพันธุกรรมยังไม่พบการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้การดื้อยาต้านไวรัส ยาลดอาการและวัคซีนยังรับมือได้!
5 พ.ย. 2569 - ดร.นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยข้อมูลการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ จากศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ (Thai National Influenza Center) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลก (WHO
เจาะสถิติ 10 เดือนแรกปี 69: H1N1 ยึดพื้นที่ระบาดหลัก
จากการสุ่มตรวจตัวอย่างผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจ ระหว่าง มกราคม – ตุลาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 8,734 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 1,278 ตัวอย่าง (คิดเป็นร้อยละ 14.63) จำแนกตามสายพันธุ์ ดังนี้:
- สายพันธุ์ A(H1N1)pdm09: ตรวจพบมากที่สุด 704 ตัวอย่าง (ร้อยละ 55.09)
- สายพันธุ์ A(H3N2): ตรวจพบ 306 ตัวอย่าง (ร้อยละ 23.94)
- สายพันธุ์ B (Victoria lineage): ตรวจพบ 268 ตัวอย่าง (ร้อยละ 20.97)
- น่าห่วง! พีคสุดเดือน ต.ค. H1N1 กวาดเกือบ 95%
เมื่อเจาะลึกเฉพาะ เดือนตุลาคม 2569 มีการส่งตัวอย่างตรวจเฝ้าระวัง 581 ตัวอย่าง พบเชื้อไข้หวัดใหญ่ 122 ตัวอย่าง (ร้อยละ 21.00) โดยพบว่าเชื้อ A(H1N1)pdm09 พุ่งสูงถึง 115 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 94.26 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด ขณะที่สายพันธุ์ A(H3N2) พบเพียง 3 ตัวอย่าง (ร้อยละ 2.46) และสายพันธุ์ B พบ 4 ตัวอย่าง (ร้อยละ 3.28) สะท้อนว่า A(H1N1) เป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดรุนแรงในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้
จับตา ‘สายพันธุ์ย่อย’ – ข่าวดี! ยังไม่พบยีนดื้อยา ‘โอเซลทามิเวียร์’ จากการติดตามสายพันธุ์ย่อย (Clade) ของไวรัส:
- A(H1N1)pdm09: สายพันธุ์ย่อย 6B.1A.5a.2a.1 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นชัดเจนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และกลายเป็นสายพันธุ์หลัก
- A(H3N2): สายพันธุ์ย่อย K เป็นสายพันธุ์หลัก
- B/Victoria lineage: ตรวจพบสายพันธุ์ย่อย V1A.3a.2
โล่งอก! ยังไม่พบเชื้อดื้อยา
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้วิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีน Neuraminidase (NA) เพื่อเฝ้าระวังการดื้อยาต้านไวรัส พบว่า ไม่พบการกลายพันธุ์ตำแหน่ง H275Y ในเชื้อ A(H1N1)pdm09 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สัมพันธ์กับการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) และไม่พบการกลายพันธุ์ที่ลดความไวต่อยาต้านไวรัสกลุ่ม Neuraminidase inhibitors ทั้งใน A(H1N1), A(H3N2) และ B โดยผลการวิเคราะห์ตัวอย่าง 127 รายการในเดือนตุลาคม 2569 ยืนยันชัดเจนว่า ยังไม่พบการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้การดื้อยา
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ย้ำว่าการติดตามพันธุกรรมของไวรัสอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสนับสนุนมาตรการป้องกัน ควบคุมโรค และประเมินความสอดคล้องกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลรักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด



