
เช็กอิน ‘Esmé Beach Club’ บีชคลับแห่งแรกของโลกจาก The Standard
เช็กอิน ‘Esmé Beach Club’ บีชคลับแห่งแรกของโลกจาก The Standard ที่มากับ "รสชาติอาหาร" จัดจ้านและมีเอกลักษณ์สไตล์เม็กซิกัน
หากคุณคิดว่า "พัทยา" มีดีแค่แสงสีในยามค่ำคืน เตรียมตัวลบภาพจำเดิมๆ ออกไปได้เลย เพราะนาทีนี้ เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน (The Standard, Pattaya Na Jomtien) ได้สร้างหมุดหมายใหม่ที่เขย่าวงการรีสอร์ทริมทะเลด้วยการเปิดตัว “Esmé Beach Club” ซึ่งไม่ใช่แค่บีชคลับธรรมดา แต่เป็น บีชคลับแห่งแรกของโลก ภายใต้แบรนด์โรงแรมสุดฮิปอย่าง The Standard ที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอความสนุก สไตล์ และจังหวะชีวิตที่ไม่ซ้ำใครลงบนหาดนาจอมเทียน
Esmé Beach Club ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นจุดหมายปลายทางแบบ Day-to-Night ที่ไร้รอยต่อ บรรยากาศของที่นี่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ เริ่มต้นจากช่วงบ่ายแก่ๆ ที่แสงแดดอุ่นๆ กระทบผืนน้ำ แขกสามารถเดินเล่นให้เท้าแตะทรายเพลินๆ ก่อนจะเข้าสู่ช่วง Golden Hour ที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ซึ่งเป็นจุดเช็กอินชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในพัทยา ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่ที่วิวน้ำทะเลสีคราม เพราะที่นี่อัดแน่นด้วยกิจกรรมที่สดใหม่เสมอ
- Happy Hour (16.00–18.00 น.): สิทธิพิเศษ 1 แถม 1 สำหรับเครื่องดื่มสุดชิล ให้คุณจิบเลิฟลี่ดริ๊งก์ไปพร้อมกับลมทะเล
- Entertainment: ตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ จะมี Resident DJ มาเปิดแผ่นสร้างเพลย์ลิสต์ที่สนุกจนนั่งไม่ติด ส่วนคืนวันศุกร์และเสาร์ จะเพิ่มระดับความเร้าใจด้วย การแสดงไฟ (Fire Show) ที่ปลุกพลังให้ชายหาดลุกเป็นไฟ
- Community Vibes: ปิดท้ายสัปดาห์ในวันอาทิตย์กับกิจกรรม Sundown Run ที่เชื่อมความเป็นชุมชนผ่านการวิ่งชมแสงสุดท้ายก่อนเริ่มสัปดาห์ใหม่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Esmé แตกต่างคือ "รสชาติอาหาร" ที่จัดจ้านและมีเอกลักษณ์ ภายใต้การดูแลของคู่หูเชฟระดับมิชลินไกด์อย่าง เชฟจากทีม Delia ที่ส่งตรงจากเม็กซิโกซิตี้มาสู่ชายหาดพัทยา พวกเขาหยิบยกวัฒนธรรม Coastal Cantina ของเม็กซิโก มาผสมผสานกับลูกเล่นแบบ นิกเกอิ (Nikkei) โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของไทยเป็นตัวชูโรง
เมนูเด็ดที่ห้ามพลาด (Signature Dishes)
- Scallop Nikkei Carpaccio: หอยเชลล์สดหวานเสิร์ฟพร้อมฟิงเกอร์ไลม์และซอสงาโพนสึที่ให้รสสดชื่นและนัวในเวลาเดียวกัน
- Tostada del Mar: ความกรุบกรอบที่โดดเด่นด้วยปลาทูหมัก ขี้เถ้าพริก และน้ำมันยูสุที่หอมขึ้นจมูก
- Peruvian Grilled Octopus: หนวดปลาหมึกยักษ์ย่างจนหอม เสิร์ฟคู่กับซอสอาจีพันกา (Aji Panca) และปาปริก้ารมควัน รสชาติเข้มข้นถึงใจ
- Carnitas Tacos & Wagyu Nikkei Taco: ทาโก้ที่ยกระดับด้วยวากิวและยูนิบัตเตอร์ เป็นความกลมกล่อมที่สายเนื้อต้องร้องขอชีวิต
- Guacamole and Organic Chips: เมนูเบสิกที่อร่อยไม่ธรรมดา ด้วยอะโวคาโดสดใหม่และชิปส์ออร์แกนิกที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มทุกชนิด
- ปิดท้ายด้วยของหวานสุดอลังการอย่าง Flambé Pineapple สับปะรดรมเหล้ารัมที่ให้กลิ่นอายแคริบเบียน เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมมะพร้าวเย็นฉ่ำ เป็นการจบมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุด
การออกแบบของ Esmé เน้นความเป็นส่วนตัวแต่เข้าถึงได้ (Accessible Luxury) ผสานเข้ากับทิวทัศน์ชายฝั่งกว้างไกล สำหรับตัวบีชคลับเอง แบ่งโซนเป็นโซนนั่งดื่มที่มีบาร์เหล้าและบูธดีเจริมชายหาด และโซนนั่งทานอาหารที่เป็นครัวเปิด (Open Kitchen) ให้เราเห็นเชฟปรุงอาหารสดๆ พร้อมกลิ่นหอมของพริก กระเทียม และเครื่องเทศสไตล์ละตินที่อบอวลไปทั่วบริเวณ
รายละเอียดเพิ่มเติม:
- สถานที่: โรงแรม The Standard, Pattaya Na Jomtien (ซอยนาจอมเทียน 4)
- เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 11.00 น. – เที่ยงคืน
- งบประมาณโดยประมาณ: 1,000+ บาทต่อหัว
- ไฮไลต์สำคัญ: ควรจองโต๊ะช่วง 17.00 น. เพื่อให้ทันชมพระอาทิตย์ตกและต่อด้วยช่วง Happy Hour
Esmé Beach Club จึงไม่ใช่แค่ที่กินหรือที่ดื่ม แต่มันคือการนำเอาวิถีชีวิตริมชายหาดจากฝั่งเม็กซิโกมาปัดฝุ่นใหม่ในแบบฉบับของ The Standard ที่ทำให้เราอยากจะ "ขอต่ออีกหนึ่งแก้ว ขอเต้นอีกหนึ่งเพลง" และเป็นเหตุผลที่ทำให้พัทยากลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นเต้นที่สุดในนาทีนี้!



