
"ชมพู่คลองหาด" ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI จ. สระแก้ว สร้างมูลค่ากว่า 70 ล้านต่อปี
กรมทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นทะเบียน “ชมพู่คลองหาด” GI ลำดับที่ 2 สระแก้ว ดันผลไม้พรีเมียมชายแดนตะวันออกสู่ตลาด สร้างมูลค่ากว่า 70 ล้านต่อปี
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน “ชมพู่คลองหาด” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ลำดับที่ 2 ของจังหวัดสระแก้ว ต่อจาก “มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว” ตอกย้ำศักยภาพผลไม้คุณภาพสูงของพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออก พร้อมยกระดับมาตรฐานการผลิตและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
“ชมพู่คลองหาด” มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากชมพู่ทั่วไปอย่างชัดเจน ด้วยผิวสีแดงสดถึงแดงเข้ม เนื้อแน่น กรอบ หวาน รสชาติเข้มข้น ไม่ฉ่ำน้ำมากเกินไป อันเป็นผลจากสภาพดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุและสภาพภูมิอากาศเฉพาะของอำเภอคลองหาดและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีลักษณะดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี เหมาะต่อการปลูกไม้ผลคุณภาพสูง
ปัจจุบันมีการปลูกในพื้นที่ 7 อำเภอของจังหวัดสระแก้ว ได้แก่ คลองหาด อรัญประเทศ วังน้ำเย็น วัฒนานคร เขาฉกรรจ์ วังสมบูรณ์ และเมืองสระแก้ว สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 70 ล้านบาทต่อปี โดยผลผลิตเกรดพรีเมียมมีราคาสูงกว่าชมพู่ทั่วไปถึง 2–3 เท่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลให้ผลผลิตระหว่างเดือนธันวาคม–มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง
การขึ้นทะเบียน GI นอกจากช่วยคุ้มครองชื่อสินค้าไม่ให้ถูกนำไปใช้โดยมิชอบแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมมาตรฐานการผลิต ตั้งแต่กระบวนการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว และคัดคุณภาพ เพื่อให้ได้รสชาติและเอกลักษณ์ตามข้อกำหนดของพื้นที่ ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ และช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองทางการตลาดให้เกษตรกร จังหวัดสระแก้วถือเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของภาคตะวันออก โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้เศรษฐกิจที่มีศักยภาพส่งออก การผลักดัน “ชมพู่คลองหาด” สู่การเป็นสินค้า GI จึงไม่เพียงสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตในพื้นที่ แต่ยังเป็นอีกก้าวของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้เกษตรกร พร้อมต่อยอดสู่ตลาดพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศในอนาคต



