
อายุ 30+ ต้องรู้! เช็กด่วนต้องวัคซีนอะไรบ้าง? ถ้าไม่ฉีดจะเป็นอะไรไหม?
อายุเปลี่ยน ภูมิคุ้มกันก็เปลี่ยน อายุ 30+ ต้องรู้! เช็กด่วนต้องวัคซีนอะไรบ้าง? ถ้าไม่ฉีดจะเป็นอะไรไหม? ปล่อยไว้เสี่ยงโรคหนักไม่รู้ตัว
เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป ภูมิคุ้มกันโรคบางชนิดที่เคยได้รับในวัยเด็กจะเริ่มเสื่อมถอยลง ประกอบกับวิถีชีวิตและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายทำให้ความเสี่ยงต่อโรคบางชนิดเพิ่มขึ้น คำแนะนำจากสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยและกระทรวงสาธารณสุขได้จัดกลุ่มวัคซีนที่จำเป็นและควรพิจารณาสำหรับผู้ใหญ่วัย 30 ปีขึ้นไป
1. วัคซีนที่ “จำเป็น” และต้องฉีดกระตุ้นสม่ำเสมอ
วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine)
- จำนวนเข็ม: ฉีด 1 เข็ม ทุกปี (แนะนำช่วงก่อนเข้าหน้าฝนหรือหน้าหนาว)
- ถ้าไม่ฉีดจะเป็นอะไรไหม: หากติดเชื้ออาจมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยรุนแรง และในกลุ่มที่มีโรคประจำตัวอาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
วัคซีนคอตีบ - บาดทะยัก (Td หรือ Tdap)
- จำนวนเข็ม: ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม ทุกๆ 10 ปี (แนะนำให้แทรกด้วย Tdap ชนิดที่มีไอกรนรวมด้วยอย่างน้อย 1 ครั้งในวัยผู้ใหญ่ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไอกรนไปสู่เด็กเล็ก)
- ถ้าไม่ฉีดจะเป็นอะไรไหม: หากเกิดแผลลึกหรือมีสนิมตำ เชื้อบาดทะยักเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้กล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรง กรามค้าง และเสียชีวิตได้ ส่วนโรคคอตีบทำให้เกิดแผ่นตีบในลำคอ ทางเดินหายใจอุดตันและหัวใจวายได้
2. วัคซีนที่ควรตรวจภูมิคุ้มกันหรือพิจารณาตามความเหมาะสม
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine)
- จำนวนเข็ม: 3 เข็ม (เดือนที่ 0, 1 และ 6) โดยควรเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกันก่อน หากยังไม่มีภูมิคุ้มกันควรได้รับ
- ถ้าไม่ฉีดจะเป็นอะไรไหม: หากได้รับเชื้อ (ผ่านทางเลือดหรือเพศสัมพันธ์) มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง นำไปสู่โรคตับแข็ง และมะเร็งตับในอนาคต
วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส (Varicella Vaccine)
- จำนวนเข็ม: 2 เข็ม ห่างกัน 4-8 สัปดาห์ (ควรตรวจภูมิคุ้มกันก่อนเช่นกันหากไม่แน่ใจว่าเคยเป็นเเล้วหรือยัง)
- ถ้าไม่ฉีดจะเป็นอะไรไหม: หากติดเชื้อในวัยผู้ใหญ่ อาการมักจะรุนแรงกว่าเด็ก มีไข้สูง และเสี่ยงเกิดแผลเป็นหรือภาวะแทรกซ้อนทางผิวหนังและปอดอักเสบ
วัคซีนป้องกันโรคหัด - คางทูม - หัดเยอรมัน (MMR)
- จำนวนเข็ม: 2 เข็ม (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนครบถ้วนหรือไม่เคยมีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์)
- ถ้าไม่ฉีดจะเป็นอะไรไหม: หากติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ จะส่งผลให้ทารกในครรภ์พิการแต่กำเนิดหรือแท้งได้
3. วัคซีนเสริมอื่นๆ ที่แพทย์อาจแนะนำเพิ่มเติม (ตามช่วงอายุหรือความเสี่ยง)
- วัคซีน HPV (มะเร็งปากมดลูก): แม้แนะนำช่วงวัยรุ่น แต่ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) และแพทย์สามารถพิจารณาฉีดได้ถึงอายุ 45 ปี เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก, มะเร็งทวารหนัก และหูดหงอนไก่
- วัคซีนไข้เลือดออก: ปัจจุบันมีวัคซีนที่ครอบคลุมอายุผู้ใหญ่ (ฉีดได้ถึงอายุประมาณ 45–60 ปีขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน) ช่วยลดความรุนแรงของการนอนโรงพยาบาลได้



