
เช็ก! 5 สัญญาณเตือน “สุขภาพจิต” อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์
เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือนภัยเงียบปัญหา “สุขภาพจิต” อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์ ระวังสะสมกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนจิตใจ ก่อนสายเกินแก้
ในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความกดดันและการแข่งขัน หลายคนมักติดนิสัยคิดว่าความเครียดหรือความเศร้าเป็นเรื่องธรรมดาที่ “เดี๋ยวก็หาย” หรือเลือกที่จะอดทนเก็บไว้เอง จนปล่อยให้อาการสะสมกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนสุขภาพจิตและร่างกายโดยไม่รู้ตัว กรมสุขภาพจิตและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจึงได้ออกมาเตือนภัยเงียบ พร้อมแนะวิธีเช็กสัญญาณเตือน 5 กลุ่มอาการสำคัญ หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวเริ่มมีพฤติกรรมเหล่านี้ อาจถึงเวลาที่ต้องรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
5 สัญญาณเตือนภัยสุขภาพจิตที่ควรสังเกต
- การนอนเปลี่ยนแปลงไป: มีอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หลับๆ ตื่นๆ กลางดึกบ่อย หรือในทางตรงกันข้ามคือมีความรู้สึกอยากนอนตลอดเวลาและหลับมากผิดปกติ
- อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด: รู้สึกเศร้า หดหู่ วิตกกังวลตลอดเวลา หรือหงุดหงิดฉุนเฉียวง่ายกว่าปกติโดยไม่มีสาเหตุที่สมเหตุสมผล
- ความคิดผิดไปจากเดิม: เริ่มมีความรู้สึกไร้ค่า หมดพลังใจ มีความหวาดระแวง หรือรุนแรงที่สุดคือมีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น
- สมาธิและความจำลดลง: สมองตื้อ คิดหรือวางแผนงานได้ยากขึ้น หลงลืมง่าย และมีความลังเลตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้ลำบากกว่าเดิม
- พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม: เริ่มแยกตัวออกจากสังคม เลิกสนใจงานอดิเรกหรือไม่ทำในสิ่งที่เคยชอบ รวมถึงการหันไปพึ่งพาแอลกอฮอล์ สารเสพติด หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ มากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตย้ำว่า การเดินทางไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่า “คุณกำลังเป็นโรคจิตเวช” หรือมีอาการผิดปกติรุนแรงเสมอไป แต่เป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและทำความเข้าใจจิตใจของตนเอง เช่นเดียวกับการไปพบแพทย์ทั่วไปเมื่อร่างกายเจ็บป่วย
ทั้งนี้ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางอารมณ์ มีความเครียดสะสมรุนแรง หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง ควรรีบเปิดใจพูดคุยกับคนใกล้ชิด หรือติดต่อขอความช่วยเหลือด่วนได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง) หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที



