
ภัยเงียบคร่าชีวิต "เร แม๊คโดแนลด์" รู้ทัน! ภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น
ภัยเงียบคร่าชีวิต "เร แม๊คโดแนลด์" รู้ทัน! ภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ลดเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน
จากกรณีข่าวการเสียชีวิตกะทันหันของ "เร แม๊คโดแนลด์" นักแสดงและพิธีกรชื่อดังภายในบ้านพัก ซึ่งผลการชันสูตรศพระบุสาเหตุมาจาก "ภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบรุนแรงทั้ง 3 เส้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน" โดยก่อนเสียชีวิต ไม่เคยมีประวัติเจ็บป่วยรุนแรง แต่มักมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติเวลาทำกิจกรรม และมีพฤติกรรมกลัวการพบแพทย์นั้น สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายของ "ภัยเงียบ" ที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ
เส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น คืออะไร?
- โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease) เกิดจากการสะสมของคราบไขมัน หินปูน และพลัค (Plaque) บริเวณผนังด้านในของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแคบลงและขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
- โดยปกติหลอดเลือดหลักที่เลี้ยงหัวใจมี 3 เส้น หากเกิดการตีบตันเพียงเส้นเดียวก็ส่งผลให้เจ็บแน่นหน้าอกได้แล้ว แต่หากเกิด ภาวะตีบทั้ง 3 เส้นพร้อมกัน จะทำให้หัวใจตกอยู่ในภาวะขาดเลือดขั้นรุนแรง เสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจล้มเหลว และ "เสียชีวิตกะทันหัน"
สัญญาณเตือนและอาการที่ต้องระวัง อาการของโรคนี้มักถูกมองข้าม เนื่องจากในระยะแรกมักเข้าใจผิดว่าเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือโรคกรดไหลย้อน
- ระยะเริ่มต้น: เหนื่อยง่ายผิดปกติเมื่อออกแรง (เช่น เดินขึ้นบันได), แน่นหรืออึดอัดบริเวณกลางอก/ลิ้นปี่ แต่พักแล้วดีขึ้น, วิงเวียนศีรษะหรือหน้ามืดบ่อยครั้ง
- ระยะรุนแรง: เจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงเหมือนมีของหนักทับ, เจ็บร้าวลามไปกราม คอ ไหล่ หรือแขนซ้าย, มีเหงื่อออกตัวเย็นขณะพัก, หายใจไม่อิ่ม หอบเหนื่อย หรือหมดสติ
การตรวจวินิจฉัยเพื่อป้องกันก่อนสาย ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น มีไขมันในเลือดสูง, ความดันสูง, สูบบุหรี่, มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี) แม้ไม่มีอาการก็ควรรักษาและตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ ดังนี้
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG): ตรวจระบบไฟฟ้าหัวใจเบื้องต้น
- การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST): ตรวจการทำงานของหัวใจขณะวิ่งสายพาน
- การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หัวใจ (CTA Heart): ประเมินคราบไขมันและหินปูนในหลอดเลือด
- การฉีดสีสวนหัวใจ (CAG): วิธีแม่นยำที่สุดเพื่อดูตำแหน่งและเปอร์เซ็นต์การอุดตันของหลอดเลือด
แนวทางการรักษาในปัจจุบันมีตั้งแต่การใช้ยาปรับพฤติกรรม การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดใส่ขดลวด (Stent) ไปจนถึงการผ่าตัดทำบายพาสหัวใจ (CABG) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ หากมีอาการสงสัย เช่น แน่นหน้าอก เจ็บร้าวไปกรามหรือแขน หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางหัวใจทันทีเพื่อตรวจวินิจฉัย เพราะการรู้ทันโรคตั้งแต่วันนี้ คือหัวใจสำคัญในการรักษาชีวิต



