ไลฟ์สไตล์

เชียงใหม่วิกฤต HIV พุ่งวันละ 2 ราย ยอดสะสมทะลุ 2.3 หมื่น กลุ่มเสี่ยงสูง 15–24 ปี

เชียงใหม่วิกฤต HIV พุ่งวันละ 2 ราย ยอดสะสมทะลุ 2.3 หมื่น กลุ่มเสี่ยงสูง 15–24 ปี

02 ส.ค. 2569

เชียงใหม่วิกฤต HIV พุ่งวันละ 2 ราย ยอดสะสมทะลุ 2.3 หมื่น เปิดกลุ่มเสี่ยงสูง เยาวชนอายุ 15–24 ปี ซิฟิลิส-หนองใน พุ่งคู่ขนาน

 

กลายเป็นประเด็นสุขภาพที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ (สสจ.เชียงใหม่) ออกมาเปิดเผยตัวเลขทางระบาดวิทยาล่าสุด พบสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ HIV (เอชไอวี) และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยปัจจุบันมียอดผู้ติดเชื้อสะสมสูงถึง 23,900 ราย และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย วันละ 2 คน หรือประมาณ 700 รายในรอบ 1 ปี

 

 

 

เปิดกลุ่มเสี่ยงสูง: เยาวชน 15–24 ปี - แรงงานข้ามชาติ กลุ่มที่น่าห่วงและพบอัตราการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  1. กลุ่มเยาวชนและวัยทำงาน (อายุ 15–24 ปี): ปัจจัยหลักเกิดจากพฤติกรรมทางเพศที่เปิดกว้างขึ้น ประกอบกับการนิยมใช้ แอปพลิเคชันนัดเดตออนไลน์ แต่กลับละเลยการสวมถุงยางอนามัยป้องกัน
  2. กลุ่มประชากรข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์: พบอัตราความชุกของการติดเชื้อสูงกว่ากลุ่มประชากรทั่วไป เนื่องจากเจออุปสรรคเชิงโครงสร้าง เช่น กำแพงภาษา ปัญหาสถานะทางกฎหมาย ทำให้เข้าไม่ถึงการตรวจคัดกรองและการรักษาอย่างทันท่วงที

 

 

เชียงใหม่วิกฤต HIV พุ่งวันละ 2 ราย ยอดสะสมทะลุ 2.3 หมื่น กลุ่มเสี่ยงสูง 15–24 ปี

 

สัญญาณเตือนภัย! ซิฟิลิส-หนองใน พุ่งคู่ขนาน

ไม่เพียงแต่เชื้อ HIV เท่านั้น แต่ข้อมูลยังชี้ว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส และหนองใน ในพื้นที่เชียงใหม่มีแนวโน้มตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็น "สัญญาณเตือนภัย" สำคัญที่สะท้อนว่าประชาชนยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยง และอาจส่งผลให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อ HIV เพิ่มสูงขึ้นตามมาในอนาคต

 

 

เฝ้าระวัง & ทางเลือกป้องกันทางการแพทย์

ทาง สสจ.เชียงใหม่ จึงเร่งรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย และ สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ รวมถึงประชาสัมพันธ์ทางเลือกทางการแพทย์ในการป้องกันเชื้อ ดังนี้:

  • ยา PrEP (พรีพ): ยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
  • ยา PEP (เพ็ป): ยาต้านไวรัสฉุกเฉิน ต้องรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง หลังสัมผัสความเสี่ยง

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อขอรับบริการตรวจคัดกรอง ให้คำปรึกษา และรับยาป้องกันได้ที่โรงพยาบาลรัฐทุกแห่ง หรือองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ เช่น มูลนิธิเอ็มพลัส (MPlus) และ มูลนิธิแคร์แมท (Caremat)