
หมอเตือน! เช็กด่วน “จุดนอน” ในบ้าน ภัยเงียบทำป่วยเรื้อรัง
หมอเตือน! เช็กด่วน “จุดนอน” ในบ้าน ภัยเงียบทำป่วยเรื้อรัง ตัวการขัดขวางการฟื้นฟูร่างกาย พร้อมแนะเทคนิคการฟื้นฟูร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติ
เคยสังเกตไหมว่าทำไมยิ่งนอนยิ่งเหนื่อย ยิ่งนอนยิ่งป่วย? หลายคนอาจกำลังเผชิญกับภัยเงียบรอบเตียงที่คาดไม่ถึง ล่าสุด พญ.นลินี สุทธิพิศาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) ได้ออกมาเปิดเผยผ่านรายการ On the way with Chom ถึงภัยร้ายใกล้ตัวที่เปลี่ยนห้องนอนให้กลายเป็น "ห้องรมคลื่นไฟฟ้า" โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว พร้อมชี้เป้าจุดอันตรายในบ้าน และแนะนำเทคนิคการฟื้นฟูร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติ
3 ภัยเงียบใต้เตียงและรอบตัว ตัวการขัดขวางการฟื้นฟูร่างกาย
พญ.นลินี ระบุว่า ในช่วงเวลาที่นอนหลับคือช่วงเวลาที่ร่างกายควรจะได้เยียวยาและซ่อมแซมตัวเอง แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันและการจัดวางตำแหน่งที่นอนที่ผิดพลาด กำลังกลายเป็นตัวการทำลายสุขภาพอย่างรุนแรง ดังนี้
1. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเทคโนโลยี (Electromagnetic Fields) การเล่นมือถือจนหลับ ชาร์จโทรศัพท์ไว้ที่หัวเตียง หรือเปิด Wi-Fi ทิ้งไว้ทั้งคืน ส่งผลกระทบต่อ ต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ซึ่งทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินเพื่อควบคุมการนอนหลับ และ ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) ที่ควบคุมระบบร่างกายทั้งหมด หมอจึงแนะนำให้ปรับมาใช้สัญญาณ 4G ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป หากจำเป็นต้องใช้ 5G ให้เปิดเฉพาะช่วงที่โหลดข้อมูลเร็ว ๆ แล้วปิด เพื่อลดความถี่ของคลื่นที่มากระทบสมอง
2. พลังงานเส้นตารางโลกอันตราย (Geopathic Stress)
Benker Grid: ตารางสนามแม่เหล็กโลกที่มีขนาด 10x10 เมตร ซึ่งมีอยู่ทุกบ้าน หากวางเตียงนอนทับเส้นหรือ "จุดตัด" ของ Benker Grid จะทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ปวดตามข้อ ร่างกายไม่สามารถเยียวยาตัวเองได้ และในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง
Hartmann Grid: เส้นตารางขนานที่ซอยย่อยลงมาจาก Benker Grid แม้ตัวมันเองจะไม่ทำลายรุนแรงเท่า แต่หากจุดตัดของ Hartmann และ Benker มาทับซ้อนกัน จะเกิดการเสริมฤทธิ์ทำลายสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
3. ทางน้ำไหลใต้ดิน (Running Water) การตั้งเตียงนอนทับบริเวณที่มีน้ำเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดิน ส่งผลให้ร่างกายขาดความมั่นคง (Stable) และไม่สามารถ Grounding ได้เต็มที่ ส่งผลให้หลับไม่สนิท อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หมอยกตัวอย่างคนไข้วัย 70 ปี ที่ไม่มีโรคประจำตัว ไม่เป็นต่อมลูกหมากโต แต่ต้องลุกมาปัสสาวะทั้งคืน ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะ Stress ที่เกิดจากการนอนทับทางน้ำไหลนี้
แนะเทคนิค "Grounding" รีเซ็ตร่างกายด้วยประจุลบจากโลก
เพื่อต่อสู้กับสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรมชาติ พญ.นลินี แนะนำให้ทำ Grounding (การสัมผัสผืนดิน) ซึ่งเป็นเทคนิคธรรมชาติที่ทำได้ฟรี เพื่อดึงประจุลบจากโลกเข้ามาช่วยฟื้นฟูเซลล์
กลไกไฟฟ้าในร่างกาย: ปกติระหว่างท้องฟ้า (ประจุบวก) และพื้นโลก (ประจุลบ) มีความต่างศักย์สูงมาก ทำให้เกิดความถี่ธรรมชาติที่ 7.83 เฮิรตซ์ ซึ่งเป็นความถี่ที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายและหลับสบาย เซลล์ที่แข็งแรงจะมีกระแสไฟฟ้าอยู่ที่ -70 ถึง -90 มิลลิโวลต์ แต่ในผู้เจ็บป่วยรุนแรงหรือเป็นมะเร็ง ประจุลบจะหายไปเหลือเพียงประมาณ -30 มิลลิโวลต์
วิธีทำ Grounding ง่าย ๆ ที่บ้าน
- เดินเท้าเปล่าสัมผัสโลก: ถอดรองเท้าแล้วเดินบนพื้นดิน พื้นหญ้า พื้นทราย หรือชายหาด เพื่อรับประจุลบโดยตรงผ่าน "จุดหย่งเฉวียน" (จุดใต้ฝ่าเท้าตามศาสตร์แพทย์จีน) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อพลังงานและช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบในร่างกาย
- แช่น้ำอุ่นผสมเกลือ: สำหรับคนเมืองที่ไม่สามารถเดินเท้าเปล่าบนดินได้ การเอาเท้าแช่น้ำอุ่นใส่เกลือหรือเหยียบกรวดเล็ก ๆ ก็สามารถช่วยกระตุ้นจุดหย่งเฉวียนได้เช่นกัน
- Grounding ทางจิต: ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อยู่กับปัจจุบันโดยไม่ใช้ความคิดปรุงแต่ง เพื่อดึงจิตเข้าสู่โหมดสงบ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้หัวใจเต้นดีขึ้น และกล้ามเนื้อผ่อนคลาย
"การที่คนเราไม่สบาย เหตุหนึ่งเดียวไม่มี รักษาหนึ่งวิธีไม่ได้ และหนึ่งครั้งก็ไม่พอ แพทย์ไม่ได้อยู่กับเราตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่เป็นธรรมชาติและทำได้เอง...ทำเลยค่ะ" พญ.นลินี กล่าวทิ้งท้าย



