
รู้จักโรค ‘พยาธิใบไม้ตับ’ ตัวการร้ายมะเร็งท่อน้ำดี เช็ก!อาการแบบไหนเสี่ยงลามถึงดับ
รู้จักโรค ‘พยาธิใบไม้ตับ’ ภัยเงียบเมนูดิบ! ตัวการร้ายมะเร็งท่อน้ำดี คร่าชีวิตคนไทยปีละนับหมื่น สังเกตด่วนอาการแบบไหนเสี่ยงลามถึงดับ
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของพยาธิใบไม้ตับ ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม หลังพบนิสิตใหม่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ติดเชื้อมากถึง 4,000 คน ว่า ตนได้รับรายงานมาว่ามีการตรวจพยาธิใบไม้ตับ พบว่ามีนิสิตที่พบเชื้อจำนวนมาก ซึ่งในการตรวจแบบดั้งเดิม นั่นก็คือใตรวจปัสสาวะที่มีความไวสูง จึงพบผู้มีผลบวกจำนวนมาก แต่ยังต้องตรวจอุจจาระเพื่อยืนยันการติดเชื้อจริง พร้อมกำชับพื้นที่เข้มรณรงค์กินสุก งดอาหารดิบ ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
กลายเป็นภัยเงียบที่แฝงตัวมากับวัฒนธรรมการกินอย่างน่ากลัว สำหรับ “โรคพยาธิใบไม้ตับ” ที่แพร่ระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และภาคเหนือของประเทศไทย ล่าสุด ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชี้ชัดว่า โรคนี้ไม่ได้สร้างความรำคาญใจในระบบทางเดินอาหารเท่านั้น แต่เป็นอุบัติการณ์และ “สาเหตุหลักอันดับ 1” ที่ทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) และคร่าชีวิตผู้ป่วยไปเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี
เปิดวงจรฆาตกรเงียบ: ‘พยาธิใบไม้ตับ’ เกิดจากอะไร?
ในประเทศไทย โรคนี้เกิดจากพยาธิใบไม้ตับชนิด Opisthorchis viverrini มีลักษณะลำตัวแบนคล้ายใบไม้ หัวท้ายเรียวมน ขนาดเล็กจิ๋วเพียง 7-12 มิลลิเมตร พวกมันจะเข้าสู่ร่างกายผ่านการ “กินอาหารประเภทปลาน้ำจืดมีเกล็ดแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ”
เมนูยอดฮิตอันตราย ได้แก่ ก้อยปลา, ปลาหมกไฟ (ที่ข้างในยังไม่สุก), ลาบปลาดิบ, แซ่บปลาซิว รวมถึงปลาร้าดิบ โดยปลาตัวนำโรคส่วนใหญ่เป็นปลาน้ำจืดมีเกล็ดขนาดเล็ก เช่น ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาขาว และปลาตะเพียน
วงจรชีวิตสุดสยอง: เมื่อคนหรือสัตว์รังโรคขับถ่ายอุจจาระที่มีไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำ ไข่จะถูก "หอยไซ" กินเข้าไปและเจาะตัวอ่อนออกมา จากนั้นตัวอ่อนจะว่ายไปชอนไชเข้าสู่ "เนื้อปลาน้ำจืดมีเกล็ด" เพื่อฝังตัวเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ เมื่อคนไปจับมาทำเมนูดิบกิน ตัวอ่อนจะคืบคลานเข้าสู่ท่อน้ำดีในตับ เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย ออกไข่ และฝังตัวอยู่ยาวนานเป็นสิบๆ ปี!
เช็กอาการ 3 ระยะ: ปล่อยไว้นานระวังเจอมะเร็งถึงชีวิต!
ความน่ากลัวของโรคพยาธิใบไม้ตับคือ "การไม่แสดงอาการในระยะแรก" ทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ แต่เมื่อสะสมพยาธิไว้เป็นเวลานาน อาการจะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนี้
- ระยะแรกมักไม่มีอาการผิดปกติใดๆคนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวและยังคงกินปลาดิบต่อเนื่อง
- ระยะกลาง (พยาธิสะสมมาก)ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง บ่นเจ็บ/แน่นบริเวณชายโครงขวา และรู้สึกร้อนวูบวาบที่หน้าท้องท่อน้ำดีเริ่มอุดตันและเกิดการระคายเคืองเรื้อรัง
- ระยะรุนแรง (ปล่อยไว้นาน)ท่อน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน, ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน), ตับโต, มีไข้สูงเสี่ยงกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในตับ และนำไปสู่การเสียชีวิตได้
ผู้เชี่ยวชาญเตือน: "รุนแรงถึงตาย" อย่าหาทำกินดิบ
หากถามว่าโรคนี้รุนแรงไหม? คำตอบคือ "รุนแรงถึงขั้นวิกฤตชีวิต" หากปล่อยให้กลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดี เพราะเป็นมะเร็งชนิดที่ตรวจพบได้ยากในระยะแรก และมีอัตราการรอดชีวิตต่ำหากเข้าสู่ระยะลุกลาม
แนวทางการรักษาและป้องกันที่ถูกต้อง
- ตรวจเช็กให้ชัวร์: ผู้ที่มีพฤติกรรมชอบกินปลาดิบ หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเข้ารับการ ตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิ ณ สถานพยาบาลใกล้บ้าน
- รักษาด้วยยา: หากตรวจพบ แพทย์จะจ่ายยาถ่ายพยาธิใบไม้ตับ (เช่น ยาพราซิควอนเทล) ซึ่งต้องกินภายใต้คำสั่งแพทย์ ห้ามซื้อมากินเองเด็ดขาด
- เลิกพฤติกรรมเสี่ยง: สิ่งสำคัญที่สุดคือ "หลังถ่ายพยาธิแล้ว ต้องไม่กลับไปกินปลาดิบอีก" เพราะร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกัน สามารถติดเชื้อซ้ำซ้อนจนตับพังได้อีกรอบ
"สุก ร้อน สะอาด" คือคาถาเดียวที่จะช่วยให้รอดพ้นจากฆาตกรเงียบตัวนี้ เลิกค่านิยมเปิบพิสดารก้อยปลาดิบ เปลี่ยนมาปรุงสุกผ่านความร้อน 100% เพื่อรักษาตับและชีวิตของคุณให้อยู่ไปนานๆ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมข่าวคมชัดลึก



