
เช็ก! 4 สัญญาณอันตราย “มะเร็งช่องปาก” แผลเรื้อรัง-ชาตามลิ้น เสี่ยงลุกลามเสียชีวิต
อย่ามองข้าม! ทันตแพทย์เตือน 4 สัญญาณอันตราย “มะเร็งช่องปาก” แผลเรื้อรัง-ชาตามลิ้น ทำลายเส้นประสาทและกระดูกขากรรไกร เสี่ยงลุกลามทำเสียชีวิต
มะเร็งช่องปาก (Oral Cancer) ถือเป็นหนึ่งในภัยเงียบใกล้ตัวที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย ล่าสุดกลุ่มทันตแพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อเตือนภัยประชาชนให้หมั่นสังเกตความผิดปกติภายในช่องปาก เนื่องจากโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าร้อยละ 50 แต่หากตรวจพบและเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะมีโอกาสหายขาดและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้มากยิ่งขึ้น
กาง 4 สัญญาณเตือน “มะเร็งช่องปาก” ระยะเริ่มต้น
1. แผลในช่องปากเรื้อรัง: มีแผลลักษณะคล้ายแผลร้อนใน แต่ไม่หายนานเกินกว่า 2 สัปดาห์ถึง 2 เดือน แผลอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นก้อนเนื้อบวมโต ขอบแผลแข็ง แข็งเป็นไต หรือมีเลือดออกได้ง่าย
2. รอยปื้นสีแดงหรือฝ้าสีขาว: พบรอยโรคที่มีลักษณะเป็นปื้นสีแดง (Erythroplakia) ฝ้าขาว (Leukoplakia) หรือรอยขาวปนแดงบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้ม ลิ้น หรือเพดานปาก ซึ่งเช็ดหรือขูดออกไม่ได้
3. ฟันโยกผิดปกติ: มีอาการฟันคลอนหรือฟันโยกพร้อมกันหลายซี่โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่ได้เป็นโรคเหงือกอักเสบรุนแรง รวมถึงอาการเสียวฟันหรือเจ็บฟันเวลาเคี้ยวอาหาร
4. มีอาการชาบริเวณริมฝีปาก ลิ้น หรือช่องปาก: รู้สึกชา ปวด หรือสูญเสียความรู้สึกบริเวณริมฝีปากล่าง ลิ้น หรือเนื้อเยื่อในช่องปาก
กลไกการลุกลาม: อันตรายถึงขั้นทำลายเส้นประสาทและกระดูกขากรรไกร
ข้อเท็จจริงทางการแพทย์: อาการชาที่เกิดขึ้นนั้น แพทย์ระบุว่าเป็นผลมาจากก้อนเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบริเวณกระดูกขากรรไกรล่าง ได้เริ่มลุกลามและกัดเซาะเข้าไปในเนื้อกระดูกอย่างรุนแรง จนเข้าไปกดทับหรือทำลายเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 (Trigeminal Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทหลักที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกของฟัน ริมฝีปากล่าง และลิ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยเริ่มมีอาการชาหนึบในบริเวณดังกล่าว
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา มะเร็งจะเข้าสู่ระยะลุกลามและกระจายเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ รวมถึงแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญอื่นๆ ส่งผลให้การรักษามีความซับซ้อน ยุ่งยาก และกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด
แนะพฤติกรรมเสี่ยง-การป้องกัน
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งช่องปากมาจากการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ การเคี้ยวหมาก-ยาเส้น รวมถึงการระคายเคืองเรื้อรังจากการใส่ฟันปลอมที่หลวมหรือมีขอบคม
ดังนั้น วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว ดูแลสุขอนามัยในช่องปาก และควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน หากพบสัญญาณผิดปกติเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) ทันที



