
ถอดบทเรียน “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” เผชิญเชื้อ HPV เช็กกลุ่มไหนต้องฉีดวัคซีน
ถอดบทเรียน “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” เผชิญเชื้อ HPV เช็กกลุ่มไหนต้องฉีดวัคซีน? สังคมต้องเลิกตีตรา แล้วหันมาสู้มะเร็งปากมดลูก!
กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์บนโลกออนไลน์ทันที หลังจากที่ลูกทุ่งสาวคนดัง "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" หรือ รัชนก สุวรรณเกตุ ออกมาเปิดเผยอุทาหรณ์และประสบการณ์ตรงหลังตรวจพบว่าตนเองติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 ซึ่งอยู่ร่วมกับเชื้อมานานกว่า 5 ปี โดยเธอตั้งใจเป็นกระบอกเสียงให้ผู้หญิงยุคใหม่ตระหนักถึงการตรวจคัดกรองโรค ทว่ากลับไม่วายเจอชาวเน็ตบางกลุ่มเข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบและตีตราในทางเสียหาย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ทลายมายาคติผิด ๆ และเสริมภูมิความรู้ที่ถูกต้อง ชวนมาทำความรู้จักไวรัสร้ายนี้กันให้ชัดเจน
ทำความรู้จักไวรัส HPV คืออะไร? มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับที่ 4 ของผู้หญิงทั่วโลก และลำดับ 5 ของประเทศไทย สาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี สายพันธุ์ 16, 18 และสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงอื่น ๆ (Human papillomavirus หรือ HPV) เชื้อเอชพีวีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่สามารถติดได้ทั้งที่ผิวหนัง อวัยวะเพศ ในช่องปาก และลำคอ โดยปกติผู้ที่มีเพศสัมพันธ์สามารถติดเชื้อไวรัสนี้ได้แต่มักจะไม่แสดงอาการ ส่วนมากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราสามารถที่จะกำจัดเชื้อออกจากร่างกาย มีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถกำจัดเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงออกไปได้ ทำให้การติดเชื้อคงอยู่นาน (persistent HPV) และสามารถก่อให้เกิดความผิดปกติของเซลล์จนเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
ซึ่งการติดเชื้อเอชพีวีในลักษณะคงอยู่นานหรือ Persistent HPV นี้ ถ้าไม่ได้รับการรักษา จะเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 95 % โดยจะใช้เวลาประมาณ 15-20 ปี หลังการติดเชื้อจนกลายไปเป็นเซลล์มะเร็ง อย่างไรก็ตาม ถือเป็นโชคดีที่เราสามารถรู้ถึงสาเหตุที่ก่อมะเร็งปากมดลูก ทำให้เราสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการฉีดวัคซีน การตรวจคัดกรองและรักษาโรคตั้งแต่ระยะก่อนเป็นโรคมะเร็ง
กลุ่มประชากรที่เหมาะสมกับการฉีดวัคซีน เอชพีวี
1. กลุ่มที่น่าจะมีประโยชน์สูงสุดจากการฉีดวัคซีนเอชพีวี คือ ผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์หรือยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ได้แก่ เด็กหญิง (วัคซีนชนิด 2, 4 หรือ 9 สายพันธุ์) และเด็กชาย (วัคซีนชนิด 4 หรือ 9 สายพันธุ์) ที่อายุ 11-12 ปี และหากไม่ได้รับวัคซีนในช่วงอายุดังกล่าวสามารถฉีดในช่วงอายุ 13-26 ปีได้
2. การฉีดวัคซีนในผู้หญิงและผู้ชายอายุ 27-45 ปี ให้พิจารณาฉีดวัคซีนเป็นราย ๆ ไป ผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนควรได้รับคำอธิบายถึงประโยชน์ที่จะได้รับและอาจไม่เทียบเท่ากับการฉีดในช่วงอายุ 9-26 ปี
3. ผู้หญิงที่เคยเป็น หรือกำลังมีหูดหงอนไก่ หรือรอยโรคก่อนมะเร็งปากมดลูก หรือมีผลตรวจคัดกรองทางเซลล์วิทยาปากมดลูกผิดปกติ หรือตรวจพบเชื้อเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูง ยังคงแนะนำให้ฉีดวัคซีนเอชพีวีเช่นเดียวกับสตรีทั่วไป 4. ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วสามารถฉีดวัคซีนนี้ได้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือตรวจหาเชื้อเอชพีวีกลุ่มเสี่ยงสูงก่อนเริ่มฉีดวัคซีน
กรณีของ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น คือตัวอย่างชั้นดีของการรู้เท่าทันโรค การที่เธอตรวจเจอตั้งแต่อายุยังน้อยและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดกับแพทย์ ถือเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เสียงแซะบนโลกออนไลน์ควรเปลี่ยนเป็น "ความตระหนักรู้" เพราะมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งไม่กี่ชนิดในโลกที่ "ป้องกันและรักษาให้หายขาดได้" หากตรวจพบไว ดังนั้น อย่ารอให้มีอาการแสบ คัน หรือมีเลือดออกผิดปกติ ผู้อ่านทุกท่าน โดยเฉพาะคุณผู้หญิง ควรหันมาใส่ใจเข้ารับการตรวจภายในและฉีดวัคซีน เพื่อปกป้องชีวิตของตนเองจากภัยเงียบนี้



