ไลฟ์สไตล์

"อีโบลา" คือโรคอะไร? เช็กสัญญาณอันตราย ติดต่ออย่างไร? อาการแบบไหน?

"อีโบลา" คือโรคอะไร? เช็กสัญญาณอันตราย ติดต่ออย่างไร? อาการแบบไหน?

24 พ.ค. 2569

เจาะลึกรู้จัก! ฆาตกรเงียบ "อีโบลา" สายพันธุ์ดุ! ระบาดหนักคองโก WHO ประกาศฉุกเฉินระดับโลก เช็กสัญญาณอันตราย ติดต่ออย่างไร? อาการแบบไหน?

 

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความกังวลใจไปทั่วโลก! หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ "โรคอีโบลา" ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เป็น ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ (PHEIC) อีกครั้ง แม้ผู้เชี่ยวชาญจะระบุว่าอีโบลาแพร่กระจายในวงกว้างได้ยากกว่าโควิด-19 แต่ด้วยพยาธิสภาพของโรคที่มีความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตที่พุ่งสูง ทำให้ทางการแพทย์ต้องออกมาเตือนให้ประชาชนเร่งทำความเข้าใจ เพื่อรับมือและปกป้องตัวเอง ทั้งการใช้ชีวิตในประเทศและการเดินทางข้ามแดน

 

 

"อีโบลา" คือโรคอะไร? เช็กสัญญาณอันตราย ติดต่ออย่างไร? อาการแบบไหน?

เจาะลึกฆาตกรเงียบ "อีโบลา" สายพันธุ์ดุ

โรคอีโบลา (Ebola Hemorrhagic Fever) จัดอยู่ในตระกูล Filoviridae เป็นโรคติดต่อที่ทำให้เกิดอาการไข้เลือดออกรุนแรง (Viral Hemorrhagic Fever) จุดเด่นที่น่ากลัวคือ มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50-90% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เชื้อนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1976 บริเวณริมแม่น้ำอีโบลา ในประเทศคองโก และมีการระบาดเป็นระยะ โดยสายพันธุ์ที่ก่อโรคในมนุษย์หลัก ๆ มี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ 

  • สายพันธุ์ซาอี (Zaire ebolavirus): พบดุที่สุดและรุนแรงที่สุด
  • สายพันธุ์ซูดาน (Sudan ebolavirus): รุนแรงรองลงมา
  • สายพันธุ์ Tai forest ebolavirus
  • สายพันธุ์บุน-ดิ-บู-โย (Bundibugyo ebolavirus): ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยมีความรุนแรงในระดับปานกลาง

สถานการณ์ในไทย: แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้ออีโบลาในประเทศไทย แต่หากได้รับเชื้อขึ้นมา โอกาสเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตถือว่าสูงมาก!

 

"อีโบลา" คือโรคอะไร? เช็กสัญญาณอันตราย ติดต่ออย่างไร? อาการแบบไหน?

 

 

เช็กสัญญาณอันตราย: ติดต่ออย่างไร? อาการแบบไหน?

  • ช่องทางการติดต่อ: เชื้อไม่ได้ลอยมาในอากาศเหมือนโควิด แต่จะ ติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด ของผู้ติดเชื้อ โดยมักแฝงตัวมากับนักท่องเที่ยว ผู้เดินทางไปพื้นที่ระบาด หรือการลักลอบนำเข้าสัตว์ป่าที่เป็นพาหะ
  • ระยะฟักตัว: เชื้อจะซ่อนตัวอยู่ในร่างกายราว 2-21 วัน ก่อนจะเริ่มแผลงฤทธิ์

 

 

 

อาการแบ่งเป็น 2 ระยะที่ต้องเฝ้าระวัง 

  • ระยะแรก: มีไข้สูงเฉียบพลัน, อ่อนเพลียอย่างรุนแรง, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดศีรษะ และเจ็บคอ
  • ระยะที่สอง (วิกฤต): ท้องเสีย, อาเจียน, มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง, การทำงานของตับและไตเริ่มผิดปกติ และในรายที่รุนแรงจะมี "เลือดออกทั้งภายนอกและภายในร่างกาย" ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมากเนื่องจากอวัยวะภายในถูกทำลายและระบบล้มเหลว

 

 

"อีโบลา" คือโรคอะไร? เช็กสัญญาณอันตราย ติดต่ออย่างไร? อาการแบบไหน?

 

 

 

ไร้วัคซีน-รักษาตามอาการ! มาตรการคุมเข้มสกัดเข้าไทย

น่ากลัวซ้ำสอง! เพราะปัจจุบัน ยังไม่มีการค้นพบวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาได้โดยตรง การรักษาในปัจจุบันจึงทำได้เพียงการรักษาประคับประคองตามอาการ และการใช้ยาต้านเชื้อโรคเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อนเท่านั้น

ทางด้านสำนักโรคอุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค ได้ประเมินความเสี่ยงว่า เชื้อร้ายนี้อาจเล็ดลอดเข้าสู่ประเทศไทยได้จาก 2 ทางหลัก คือ การลักลอบนำเข้าสัตว์ป่าที่เป็นพาหะ (เช่น ลิงชิมแปนซี) และ นักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางที่ติดเชื้อในระยะฟักตัว

 

 

แนวทางป้องกันและรับมือ

  • ด่านหน้าต้องเข้ม: เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และสาธารณสุขประจำท่าอากาศยาน ต้องยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงอย่างเข้มงวด รวมถึงตรวจสอบการนำเข้าสัตว์ต่าง ๆ อย่างถูกกฎหมาย
  • ประชาชนต้องตื่นตัว: สำหรับใครที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลีย ปวดหัว เจ็บคอ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที! พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางอย่างละเอียดในรอบ 21 วัน เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่อาการจะบานปลายจนสายเกินแก้!

 

 

"อีโบลา" คือโรคอะไร? เช็กสัญญาณอันตราย ติดต่ออย่างไร? อาการแบบไหน?