ไลฟ์สไตล์

แพทย์ รพ.พญาไท 2 ให้ความรู้เกี่ยวกับ“สมดุลระบบภายในร่างกาย”

แพทย์ รพ.พญาไท 2 ให้ความรู้เกี่ยวกับ“สมดุลระบบภายในร่างกาย”

23 พ.ค. 2569

แพทย์ รพ.พญาไท 2 ให้ความรู้เกี่ยวกับ“สมดุลระบบภายในร่างกาย” โดยเฉพาะจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome เปรียบเสมือนสมองส่วนที่ 2 ของมนุษย์

พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) ผู้อำนวยการศูนย์พรีเมียร์ไลฟ์ (Premium Life Center) รพ.พญาไท 2 ให้ความรู้เกี่ยวกับ“สมดุลระบบภายในร่างกาย” โดยเฉพาะจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ระุว่า สุขภาพที่ดีและแข็งแรงอย่างยั่งยืน ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่การออกกำลังกายอย่างหนักหรือการเลือกรับประทานอาหารคลีนเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามคือ “สมดุลระบบภายในร่างกาย” โดยเฉพาะจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ซึ่งเปรียบเสมือนสมองส่วนที่ 2 ของมนุษย์ และเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีส่วนช่วยควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ทั้งระบบภูมิคุ้มกัน การย่อยและดูดซึมสารอาหาร ระบบเผาผลาญพลังงาน ตลอดจนส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ อารมณ์ความรู้สึก และการมีสุขภาพดีในระยะยาว (Longevity)

ปัจจุบัน การดูแลจุลินทรีย์ในลำไส้จึงได้รับความสนใจอย่างมากในทางการแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive Medicine) เพราะนี่คือรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาพโดยรวมจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง

แพทย์ รพ.พญาไท 2 ให้ความรู้เกี่ยวกับ“สมดุลระบบภายในร่างกาย”

​เจาะลึกสายพันธุ์ความเฮลตี้: จาก Probiotics สู่ Postbiotics

เมื่อพูดถึงการดูแลลำไส้ หลายคนอาจคุ้นเคยแค่ Probiotics และ Prebiotics แต่ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางการแพทย์ได้ค้นพบตัวช่วยใหม่ ๆ ที่เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศในลำไส้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ดังนี้

  • ​Probiotics: จุลินทรีย์ตัวดีที่มีชีวิต ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย พบได้ในอาหารหมักตามธรรมชาติ เช่น โยเกิร์ต กิมจิ นัตโตะ หรือคอมบูชา มีหน้าที่ช่วยปรับสมดุลและยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรคในลำไส้
  • ​Prebiotics: สิ่งไม่มีชีวิตที่เป็น "อาหารชั้นดี" ของจุลินทรีย์ตัวดี มักเป็นอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น หัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง หน่อไม้ฝรั่ง และกล้วย ช่วยให้ Probiotics เจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรง
  • ​Synbiotics: นวัตกรรมการจับคู่ที่ลงตัวระหว่าง Probiotics + Prebiotics รวมไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตและส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ดีให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นและออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น
  • ​Postbiotics: สารชีวภาพหรือผลผลิต (Metabolites) ที่จุลินทรีย์ดีสร้างขึ้นหลังจากย่อยสลาย Prebiotics เช่น กรดไขมันสายสั้น (Short-Chain Fatty Acids) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยต้านการอักเสบ ฟื้นฟูเยื่อบุผนังลำไส้ และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาการมีชีวิตของจุลินทรีย์
  • ​Parabiotics (หรือ Ghost Probiotics): จุลินทรีย์ดีที่ถูกทำให้ตายด้วยความร้อน (Inactivated Probiotics) แต่ยังคงโครงสร้างเซลล์ที่สามารถกระตุ้นและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดี มีข้อดีคือมีความเสถียรสูง ทนทานต่อกรดในกระเพาะอาหาร และเก็บรักษาได้ง่าย

จุลินทรีย์ในลำไส้... จุดเริ่มต้นของสุขภาพตั้งแต่แรกเกิด

 

​รู้หรือไม่ว่า ร่างกายของเราเริ่มสะสมจุลินทรีย์ตั้งแต่ลืมตาดูโลก โดยทารกจะได้รับจุลินทรีย์กลุ่มแรกจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว รวมถึง “น้ำนมมารดา” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสมดุลภูมิคุ้มกันในระยะเริ่มต้น งานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากพบว่า วิธีการคลอด (คลอดธรรมชาติ vs ผ่าคลอด) การเลี้ยงดู และสภาพแวดล้อม ล้วนส่งผลต่อความหลากหลายและความแข็งแรงของจุลินทรีย์ในลำไส้ของเด็ก

เมื่อเราเติบโตขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิตในเชิงลบ เช่น การพักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานอาหารแปรรูปและน้ำตาลในปริมาณมาก ล้วนเป็นตัวการทำลายจุลินทรีย์ตัวดี และส่งผลให้เกิดภาวะ "ลำไส้เสียสมดุล" (Dysbiosis) ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรังต่าง ๆ ตามมา

แพทย์ รพ.พญาไท 2 ให้ความรู้เกี่ยวกับ“สมดุลระบบภายในร่างกาย”

​สัญญาณเตือนและแนวทางการดูแลจุลินทรีย์ในลำไส้

​สัญญาณที่บ่งบอกถึงสุขภาพลำไส้ที่สังเกตได้ง่ายที่สุด คือ "ลักษณะและพฤติกรรมการขับถ่าย" ซึ่งสะท้อนถึงความสมดุลภายในได้เป็นอย่างดี หากคุณมีอาการผิดปกติเรื้อรัง เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือขับถ่ายไม่เป็นเวลา อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าลำไส้กำลังส่งเสียงขอความช่วยเหลือ ซึ่งไม่ควรละเลยและควรปรึกษาแพทย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 

​เราจะดูแลจุลินทรีย์ดีได้อย่างไร?

  • ​สารอาหารที่หลากหลาย : เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง อาหารหมักธรรมชาติที่มี Probiotics และอาหารที่เป็น Prebiotics เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในลำไส้
  • ​ปรับไลฟ์สไตล์: ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด และลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ทำร้ายลำไส้ เช่น อาหารแปรรูป แอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
  • ​ตรวจวิเคราะห์เฉพาะบุคคล (Gut Microbiome Test): สำหรับผู้ที่มีวิถีชีวิตเร่งรีบ หรือมีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ปัจจุบันการแพทย์มีเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์จุลินทรีย์ในลำไส้ลึกถึงระดับ DNA เพื่อประเมินสัดส่วนและความหลากหลายของจุลินทรีย์ ทำให้สามารถนำข้อมูลมาวางแผนการดูแลสุขภาพ ปรับโภชนาการ หรือออกแบบ "Probiotics และสารอาหารเฉพาะบุคคล" (Personalized Supplements) ได้อย่างตรงจุด ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
     

​ผู้ที่ควรใส่ใจเรื่องสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เป็นพิเศษ

  • ​ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และปรับสมดุลการใช้ชีวิตเพื่อความอ่อนเยาว์และยั่งยืน (Longevity & Wellness)
  • ​ผู้ที่มีปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น แน่นท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือขับถ่ายไม่สม่ำเสมอ
  • ​ผู้ที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ พักผ่อนน้อย มีความเครียดสะสม หรือมีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่สมดุล
  • ​ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันและดูแลสุขภาพองค์รวม (Holistic Health)
    แพทย์ รพ.พญาไท 2 ให้ความรู้เกี่ยวกับ“สมดุลระบบภายในร่างกาย”

การดูแลสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและการแพทย์เชิงป้องกัน แม้การปรับสมดุลลำไส้จะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของชีวิต แต่การผสานความรู้เรื่องจุลินทรีย์ (Pro, Pre, Syn, Post, Parabiotics) ควบคู่ไปกับการทานอาหารที่ดี การนอนหลับที่มีคุณภาพ และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม คือรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในการช่วยสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวในระยะยาว