
WHO ประกาศ! ภาวะฉุกเฉิน ‘อีโบลา’ คืนชีพสายพันธุ์หายากระบาดหนัก
ด่วนที่สุด! WHO ประกาศ ภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขโลก ‘อีโบลา’ คืนชีพสายพันธุ์หายากระบาดหนักในคองโก-ยูแกนดา ผงะส่อลามเมืองหลวง ยันไร้วัคซีนรักษา!
ผวาซ้ำรอยโศกนาฏกรรมโรคระบาด! องค์การอนามัยโลก (WHO) ลั่นกลองรบสั่งประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัส "อีโบลา" ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และยูแกนดา เป็น "ภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขระหว่างประเทศ" (PHEIC) หลังพบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตพุ่งพรวด และส่อเค้าหลุดรอดเข้าสู่เมืองหลวงใหญ่ ด้านผู้เชี่ยวชาญกุมขมับ ยืนยันรอบนี้เป็นสายพันธุ์หายาก "บันดิบูเกียว" ซึ่งยังไม่มีทั้งวัคซีนเฉพาะทางและยารักษาโดยตรง!
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ตัดสินใจประกาศยกระดับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกอีโบลาในทวีปแอฟริกากลางให้เป็น "ภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขระหว่างประเทศ" (Public Health Emergency of International Concern - PHEIC) ทันที ซึ่งเป็นมาตรการขั้นสูงสุดเพื่อระดมความร่วมมือและการสนับสนุนจากทั่วโลกในการสกัดกั้น
ข้อมูลจาก WHO ระบุว่า การระบาดครั้งนี้คาดว่าเริ่มก่อตัวขึ้นแบบเงียบๆ โดยไม่มีใครตรวจพบมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ก่อนจะปะทุรุนแรงในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคองโก จนนำไปสู่การพบผู้ป่วยต้องสงสัยพุ่งสูงกว่า 246 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายแล้วอย่างน้อย 80 ราย
สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ทั่วโลกตื่นตระหนกมากที่สุดในขณะนี้คือ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่า เชื้อที่กำลังแพร่กระจายอยู่คือ "สายพันธุ์บันดิบูเกียว" (Bundibugyo virus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูงระหว่าง 30% ถึง 90% "ความน่ากลัวคือ ในปัจจุบันโลกเรายังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ หรือยารักษาเฉพาะทางสำหรับสายพันธุ์บันดิบูเกียวนี้เลย" WHO ระบุในแถลงการณ์ แตกต่างจากการระบาดในครั้งก่อนๆ ที่มักเป็นสายพันธุ์ซาอีร์ (Zaire ebolavirus) ซึ่งมีวัคซีน Ervebo คอยควบคุมและสกัดกั้นในวงจำกัด (Ring Vaccination) ได้ทันท่วงที แต่รอบนี้แพทย์ทำได้เพียงรักษาประคับประคองตามอาการเท่านั้น
ศาสตราจารย์ ปีเตอร์ ไพโอต (Peter Piot) ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกผู้ร่วมค้นพบไวรัสอีโบลาในปี 1976 ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนัก โดยระบุว่าสถานการณ์รอบนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นการระบาดวงกว้างที่ควบคุมยากที่สุด เนื่องจากตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วในเมืองหลวงใหญ่อย่าง กรุงกัมปาลา (เมืองหลวงยูแกนดา) และ กรุงคินชาซา (เมืองหลวงคองโก) รวมถึงเมืองโกมา (Goma) "เมื่อใดก็ตามที่อีโบลาหลุดเข้าไปฝังตัวและแพร่ระบาดในมหานครเมืองใหญ่ (Megacities) เมื่อนั้นมันจะกลายเป็นฝันร้ายและเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุด" ศ.ไพโอต กล่าวเตือน
นอกจากนี้ การที่พบว่ามี "บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย" ถือเป็นสัญญาณอันตรายขั้นสุดที่สะท้อนว่า ระบบการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลท้องถิ่นกำลังมีรูรั่วขนาดใหญ่ แม้ว่าในเวลานี้ WHO จะยืนยันว่าสถานการณ์ยังไม่เข้าขั้นเป็น "โรคระบาดใหญ่ทั่วโลก" (Pandemic) และยังไม่แนะนำให้แต่ละประเทศปิดพรมแดนหรือระงับการค้าเพื่อป้องกันการตื่นตระหนก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า "อีโบลาสายพันธุ์ไร้วัคซีน" ตัวนี้ กำลังกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ที่ท้าทายระบบสาธารณสุขโลกอย่างยิ่ง ทีมข่าว “คมชัดลึก” จะเกาะติดรายงานความคืบหน้าและมาตรการคัดกรองของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด!



