ไลฟ์สไตล์

WHO ประกาศ! ภาวะฉุกเฉิน ‘อีโบลา’ คืนชีพสายพันธุ์หายากระบาดหนัก

WHO ประกาศ! ภาวะฉุกเฉิน ‘อีโบลา’ คืนชีพสายพันธุ์หายากระบาดหนัก

18 พ.ค. 2569

ด่วนที่สุด! WHO ประกาศ ภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขโลก ‘อีโบลา’ คืนชีพสายพันธุ์หายากระบาดหนักในคองโก-ยูแกนดา ผงะส่อลามเมืองหลวง ยันไร้วัคซีนรักษา!

 

ผวาซ้ำรอยโศกนาฏกรรมโรคระบาด! องค์การอนามัยโลก (WHO) ลั่นกลองรบสั่งประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัส "อีโบลา" ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และยูแกนดา เป็น "ภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขระหว่างประเทศ" (PHEIC) หลังพบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตพุ่งพรวด และส่อเค้าหลุดรอดเข้าสู่เมืองหลวงใหญ่ ด้านผู้เชี่ยวชาญกุมขมับ ยืนยันรอบนี้เป็นสายพันธุ์หายาก "บันดิบูเกียว" ซึ่งยังไม่มีทั้งวัคซีนเฉพาะทางและยารักษาโดยตรง!

 

 

WHO ประกาศ! ภาวะฉุกเฉิน ‘อีโบลา’ คืนชีพสายพันธุ์หายากระบาดหนัก

 

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ตัดสินใจประกาศยกระดับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกอีโบลาในทวีปแอฟริกากลางให้เป็น "ภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขระหว่างประเทศ" (Public Health Emergency of International Concern - PHEIC) ทันที ซึ่งเป็นมาตรการขั้นสูงสุดเพื่อระดมความร่วมมือและการสนับสนุนจากทั่วโลกในการสกัดกั้น

ข้อมูลจาก WHO ระบุว่า การระบาดครั้งนี้คาดว่าเริ่มก่อตัวขึ้นแบบเงียบๆ โดยไม่มีใครตรวจพบมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ก่อนจะปะทุรุนแรงในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคองโก จนนำไปสู่การพบผู้ป่วยต้องสงสัยพุ่งสูงกว่า 246 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายแล้วอย่างน้อย 80 ราย

 

WHO ประกาศ! ภาวะฉุกเฉิน ‘อีโบลา’ คืนชีพสายพันธุ์หายากระบาดหนัก

 

 

สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ทั่วโลกตื่นตระหนกมากที่สุดในขณะนี้คือ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่า เชื้อที่กำลังแพร่กระจายอยู่คือ "สายพันธุ์บันดิบูเกียว" (Bundibugyo virus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูงระหว่าง 30% ถึง 90% "ความน่ากลัวคือ ในปัจจุบันโลกเรายังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ หรือยารักษาเฉพาะทางสำหรับสายพันธุ์บันดิบูเกียวนี้เลย" WHO ระบุในแถลงการณ์ แตกต่างจากการระบาดในครั้งก่อนๆ ที่มักเป็นสายพันธุ์ซาอีร์ (Zaire ebolavirus) ซึ่งมีวัคซีน Ervebo คอยควบคุมและสกัดกั้นในวงจำกัด (Ring Vaccination) ได้ทันท่วงที แต่รอบนี้แพทย์ทำได้เพียงรักษาประคับประคองตามอาการเท่านั้น

 

 

WHO ประกาศ! ภาวะฉุกเฉิน ‘อีโบลา’ คืนชีพสายพันธุ์หายากระบาดหนัก

 

 

ศาสตราจารย์ ปีเตอร์ ไพโอต (Peter Piot) ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกผู้ร่วมค้นพบไวรัสอีโบลาในปี 1976 ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนัก โดยระบุว่าสถานการณ์รอบนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นการระบาดวงกว้างที่ควบคุมยากที่สุด เนื่องจากตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วในเมืองหลวงใหญ่อย่าง กรุงกัมปาลา (เมืองหลวงยูแกนดา) และ กรุงคินชาซา (เมืองหลวงคองโก) รวมถึงเมืองโกมา (Goma) "เมื่อใดก็ตามที่อีโบลาหลุดเข้าไปฝังตัวและแพร่ระบาดในมหานครเมืองใหญ่ (Megacities) เมื่อนั้นมันจะกลายเป็นฝันร้ายและเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุด" ศ.ไพโอต กล่าวเตือน

 

 

นอกจากนี้ การที่พบว่ามี "บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย" ถือเป็นสัญญาณอันตรายขั้นสุดที่สะท้อนว่า ระบบการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลท้องถิ่นกำลังมีรูรั่วขนาดใหญ่ แม้ว่าในเวลานี้ WHO จะยืนยันว่าสถานการณ์ยังไม่เข้าขั้นเป็น "โรคระบาดใหญ่ทั่วโลก" (Pandemic) และยังไม่แนะนำให้แต่ละประเทศปิดพรมแดนหรือระงับการค้าเพื่อป้องกันการตื่นตระหนก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า "อีโบลาสายพันธุ์ไร้วัคซีน" ตัวนี้ กำลังกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ที่ท้าทายระบบสาธารณสุขโลกอย่างยิ่ง ทีมข่าว “คมชัดลึก” จะเกาะติดรายงานความคืบหน้าและมาตรการคัดกรองของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด!