
สปสช. เห็นชอบ นำร่องฉีดวัคซีน PCV ก่อนพิจารณาขยายผลทั่วประเทศ
เปิดเหตุผล มติบอร์ด สปสช. ทำไมเห็นชอบ "นำร่องฉีดวัคซีน PCV" ให้เด็กไทย ก่อนตัดสินใจขยายผล ฉีดพร้อมกันทั้งประเทศหรือไม่?
บอร์ด สปสช. เห็นชอบให้เริ่ม "นำร่อง" เพื่อเก็บข้อมูลในบริบทประเทศไทยให้รอบด้าน ก่อนตัดสินใจขยายผล โดยยึดหลักความพอเพียงของงบประมาณ คุ้มค่า • เป็นธรรม • ทำได้จริง • ยั่งยืน
ข้อมูลการเบิกจ่ายผู้ป่วยในของ สปสช. ปี 2562 – 2568
- เด็กอายุ 0 - 5 ปี นอน รพ. จากปอดอักเสบที่เกี่ยวข้องกับเชื้อนี้ เฉลี่ย 153 คน/ปี
- ค่าใช้จ่ายรักษา เฉลี่ย 2.45 ล้านบาท/ปี
- หากทำโครงการระดับประเทศ คาดเพิ่มภาระงบ ประมาณ 300–400 ล้านบาท/ปี
จึงยังไม่เห็นชัดว่า "ลดค่าใช้จ่ายการรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญ" และช่วงนี้งบกองทุนมีข้อจำกัดสูงการเพิ่มสิทธิประโยชน์จึงต้องพิจารณาความคุ้มค่าของงบประมาณ
ผลการดำเนินงานเชิงพื้นที่ที่ผ่านมา
กรณีฉีดวัคซีน PCV ในระดับจังหวัดของกรมควบคุมโรคที่มหาสารคามต่อเนื่อง 3 ปี พบว่าอัตราเด็กที่เข้านอน รพ. ลดลง แต่เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในเขตเดียวกันและภาพรวมประเทศ แนวโน้มการลดลง "ไม่แตกต่างชัดเจน"
จึงยังมีคำถามเชิงนโยบายว่า จำเป็นต้องฉีดพร้อมกันทั้งประเทศทันทีหรือไม่
มติบอร์ด : นำร่องเพื่อเก็บข้อมูลให้ครบ ก่อนตัดสินใจขยายผล
บอร์ดมอบหมายให้ดำเนินการนำร่อง และประสาน สวรส.ร่วมกับกรมควบคุมโรค ออกแบบการวิจัย/ประเมินผล ภายใน 1 ปีหลังเริ่มฉีด โดยเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น
- ความพร้อมของระบบบริการและการดำเนินงานจริง
- อุบัติการณ์/สาเหตุโรคปอดอักเสบในเด็ก (เชิงระบาดวิทยา)
- การยอมรับวัคซีนและความครอบคลุมการฉีด
- ผลต่อภูมิคุ้มกันระดับชุมชน (herd effect)
- ผลต่ออัตราป่วย/การนอนโรงพยาบาล
- ผลกระทบด้านงบประมาณและความคุ้มค่าในบริบทไทย
"ทำไปพร้อมกัน : ต่อรองราคาเพื่อลดภาระงบ"
ระหว่างนำร่อง บอร์ดเห็นควรให้ สปสช. เร่งต่อรองราคาวัคซีน PCV ให้ใกล้เคียงกลไกระหว่างประเทศ (เช่น UNICEF / Gavi, the Vaccine Alliance) มากที่สุด เพื่อ ลดภาระงบประมาณ และ เพิ่มความเป็นไปได้ในการขยายผล ในอนาคต
บริบทนานาชาติ : แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน
หลายประเทศในภูมิภาค เช่น ลาว เมียนมา กัมพูชา บรรจุวัคซีน PCV ในโปรแกรมวัคซีนพื้นฐาน โดยได้รับการสนับสนุนจาก GAVI ในรูปแบบต่าง ๆ
ขณะที่บางประเทศเลือกเริ่มแบบ "นำร่อง" และทยอยขยาย เช่น เวียดนาม
ขณะประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตวัคซีนนี้ยังไม่ได้บรรจุ PCV ในโปรแกรมวัคซีนพื้นฐานระดับชาติ และได้ใช้แนวทางเริ่มเชิงพื้นที่/ท้องถิ่นเช่นกัน
จึงสะท้อนว่า การนำร่องแบบมีเป้าหมาย เป็นทางเลือกที่รอบคอบ เพื่อหาหลักฐานผลลัพธ์จริงให้เหมาะกับบริบทไทย
เป้าหมายคือป้องกันโรคในเด็กไทยอย่างเต็มที่ การนำร่องครั้งนี้ทำเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน โปร่งใส และตัดสินใจบนหลักฐานที่เหมาะกับประเทศไทย
หากผลนำร่องชี้ชัดถึงประโยชน์ ความคุ้มค่า และความพร้อมของระบบ จะเสนอพิจารณาขยายผลต่อไปอย่างเป็นขั้นตอน
สอบถามเพิ่มเติม : สายด่วน สปสช. 1330 (โทร.ฟรี 24 ชม.)



