
กรมควบคุมโรค เตือนนักวิ่ง เร่งทำเวลาใกล้เส้นชัย เสี่ยงหมดสติ - เสียชีวิต
"กรมควบคุมโรค" เปิดตัวเลข "นักวิ่ง" หมดสติ-เสียชีวิต ในงานวิ่ง ปี 2565 - 2568 เตือนเร่งทำเวลาใกล้เส้นชัย จุดเสี่ยงอันตราย ต้องระวัง!
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการจัดงานวิ่งปกติทั้งหมด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 - พ.ศ. 2568 จำนวน 5,250 งาน พบว่า ปี พ.ศ. 2565 เกิดเหตุการณ์หมดสติหรือเสียชีวิต ขณะวิ่งในงานวิ่ง จำนวน 24 ราย เสียชีวิต 1 ราย ปี พ.ศ. 2566 4 ราย ปี พ.ศ. 2567 10 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และ ปี พ.ศ. 2568 เกิดเหตุการณ์จำนวน 14 ราย เสียชีวิต 4 ราย
จากสถิติที่เกิดขึ้นจะพบว่า การเตรียมพร้อมร่างกายก่อนการแข่งขันวิ่ง นับเป็นสิ่งสำคัญ เพราะความสำเร็จที่แท้จริงในฐานะนักวิ่ง ไม่ใช่การเข้าเส้นชัยด้วยเวลาที่เร็วที่สุด แต่คือการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนและปลอดภัย ซึ่งการเตรียมความพร้อมของร่างกาย เริ่มต้นจากการฝึกฝนร่างกายให้พร้อมตามระยะทางการแข่งขันวิ่ง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี สำหรับผู้มีโรคประจำตัวควรประเมินสมรรถภาพและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนลงแข่งขันวิ่งทุกครั้ง
นายแพทย์สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถิติเหตุการณ์การหมดสติหรือเสียชีวิตขณะวิ่งในงานวิ่ง มักพบในนักวิ่งที่มีพฤติกรรมการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ร้อยละ 46.9 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่พบในช่วงระยะการวิ่ง Quarter 4 บริเวณใกล้ถึงเส้นชัย ซึ่งเป็นช่วงที่นักวิ่งเร่งทำลายสถิติการวิ่งของตัวเองก่อนเข้าเส้นชัย
ทั้งนี้ นักวิ่งควรรู้จักจังหวะของตัวเอง ไม่ฝืนวิ่งเพื่อทำลายสถิติที่เกินสมรรถภาพของร่างกายตัวเอง และควรให้ความสำคัญกับการจิบน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสมดุลของระดับเกลือแร่และป้องกันภาวะขาดน้ำ สิ่งสำคัญคือการสังเกตสัญญาณเตือนที่เกิดขึ้นขณะวิ่ง เช่น อาการแน่นหน้าอก จุกแน่นใต้ลิ้นปี่ หรือหน้ามืด ใจสั่นผิดปกติ หรือความร้อนในร่างกายที่สูงเกินไป หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ควรหยุดพักและแจ้งเจ้าหน้าที่ภายในงานโดยเร็ว
นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า มาตรฐานการจัดการที่ดีของผู้จัดงานวิ่ง ประกอบด้วย การมีระบบคัดกรองสุขภาพของผู้แข่งขัน มีการลงทะเบียนประวัติและโรคประจำตัวของผู้เข้าร่วมงาน การจัดเตรียมให้บริการน้ำดื่มอย่างเพียงพอ รวมไปถึงการวางแผนรับมือเหตุการณ์วิกฤต (Crisis Management) การมีทีมแพทย์เคลื่อนที่เร็ว เครื่อง AED ที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ทันเวลา และการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ การที่ผู้จัดงานเตรียมความพร้อมรับมือภาวะฉุกเฉินได้ดี จะช่วยลดอันตรายจากการวิ่ง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักวิ่ง และยกระดับมาตรฐานวงการวิ่งในประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคขอเน้นย้ำให้นักวิ่งทุกคนให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนลงสนาม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับระยะทางการแข่งขัน การพักผ่อนให้เพียงพอ การตรวจสุขภาพเป็นประจำ รวมถึงการสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกายระหว่างวิ่ง เพื่อให้การวิ่งเป็นไปอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและอันตรายร้ายแรง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422



