ไลฟ์สไตล์

เช็กอาการ "โรคคางทูม" วิธีป้องกัน แพทย์ มช. เผย กลับมาระบาดอีกครั้ง

เช็กอาการ "โรคคางทูม" วิธีป้องกัน แพทย์ มช. เผย กลับมาระบาดอีกครั้ง

04 ม.ค. 2569

ใครมีอาการแบบนี้ อาจไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา แพทย์ มช. เผย "โรคคางทูม" กลับมาระบาดอีกครั้ง ย้ำ! รับวัคซีนครบ สวมหน้ากากอนามัย ป้องกันได้

ผศ.นพ.จารึก หาญประเสริฐพงษ์ หัวหน้าหน่วยโสตวิทยา โสตประสาทวิทยา และการสื่อความหมาย ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูหนาวมักจะพบการระบาดของโรคคางทูมเยอะกว่าช่วงปกติ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้เชื้อฟักตัวได้ดี และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

โดยหลังจากได้รับเชื้อ 12-15 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้มหรือใต้คางบวม และมีเบื่ออาหารร่วมด้วย ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ไปจนถึงอัณฑะ หรือรังไข่อักเสบ ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ปวด ยาแก้อักเสบ เป็นต้น 

ล่าสุดพบผู้ป่วยโรคคางทูม 2 ราย รายแรกเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 20 ปี มาด้วยอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย เบื่ออาหาร ใต้คางและแก้มบวม ส่วนรายที่ 2 เป็นผู้ชายวัยทำงาน มาด้วยอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดแก้ม แก้มบวม แต่ยังอ้าปากได้ตามปกติ ผลตรวจทั้ง 2 ราย พบมีการติดเชื้อไวรัสคางทูม แพทย์จึงได้ให้ยาและรักษาตามอาการ โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นภายใน 7 วัน

ซึ่งโรคคางทูมเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน เกิดจากเชื้อไวรัสคางทูม (Mumps virus) ในตระกูล Paramyxovirus ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่พบอยู่ในช่วงวัยรุ่น-วัยทำงาน ที่มีประวัติไปในสถานที่แออัด เช่น สถานบันเทิง ร้านอาหาร สถาบันการศึกษา หรือสัมผัสกับบุคคลที่มีเชื้อ โดยเชื้อไวรัสจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย สามารถแพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือหายใจเอาละอองฝอยเข้าไป หรือได้รับเชื้อทางอ้อม โดยการสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อน ซึ่งจะทำให้เกิดการป่วยได้ ถึงแม้จะได้รับวัคซีน MMR 2 เข็มแล้วก็ตาม
 

เช็กอาการ "โรคคางทูม" วิธีป้องกัน แพทย์ มช. เผย กลับมาระบาดอีกครั้ง

พญ.ณัฐชยาญ์ คุณานิจถาวร ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนว่า ปกติวัคซีนคางทูมจะบรรจุในวัคซีนรวม 3 โรคคือ วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) ซึ่งสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กของประเทศไทย แนะนำให้ฉีด 2 เข็ม โดยเข็มแรกที่อายุ 9-12 เดือน และเข็มที่ 2 อายุ 18 เดือน หากได้รับวัคซีนรวม MMR 1 เข็มมีประสิทธิภาพป้องกันโรคคางทูมได้ร้อยละ 78 และหากได้รับวัคซีน MMR ครบ 2 เข็มมีประสิทธิภาพป้องกันโรคคางทูมได้ถึงร้อยละ 88

แต่โดยทั่วไปภูมิคุ้มกันหลังได้วัคซีน MMR มักลดลงเมื่อเวลาผ่านไป หรือในบางรายภูมิคุ้มกันอาจจะลดลงจนไม่สามารถป้องกันโรคคางทูมได้ ส่งผลให้เวลาได้รับเชื้อไวรัสคางทูม มักจะเกิดการติดเชื้อได้ ขณะเดียวกันจากการศึกษาข้อมูลพบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีน MMR ครบ 2 เข็ม หากมีการติดเชื้อไวรัสคางทูมอาการมักจะไม่รุนแรง

อย่างไรก็ตามโรคคางทูม เป็นโรคที่พบการระบาดอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้มีความรุนแรง ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสคางทูม แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น จะสามารถป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้