
ชวนดู ‘ฝนดาวตกโอไรออนิดส์’ เศษฝุ่นดาวหางฮัลเลย์ คืน 21 ถึงรุ่งเช้า 22 ต.ค. นี้
เตรียมแหงนมองฟ้า! ชวนดู ‘ฝนดาวตกโอไรออนิดส์’ ของขวัญจากดาวหางฮัลเลย์ คืน 21 ถึงรุ่งเช้า 22 ต.ค. นี้ พร้อมเปิดเทคนิคและวิธีดูฝนดาวตกให้ฟินที่สุด
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับค่ำคืนแห่งความโรแมนติกบนท้องฟ้า! สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) หรือ NARIT ออกมาประกาศเชิญชวนประชาชนคนรักดวงดาวร่วมชมปรากฏการณ์ความสวยงามของ “ฝนดาวตกโอไรออนิดส์” (Orionids) ซึ่งเป็นร่องรอยและเศษฝุ่นจาก “ดาวหางฮัลเลย์” (1P/Halley) ตำนานดาวหางชื่อดัง โดยจะสามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ช่วงดึกของ วันที่ 21 ตุลาคม ไปจนถึงรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ทั่วประเทศหากสภาพอากาศเป็นใจและท้องฟ้าปลอดโปร่ง
ปรากฏการณ์ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ เกิดจากการที่โลกของเราเคลื่อนที่ตัดผ่านเส้นทางการโคจรของดาวหางฮัลเลย์ ที่หลงเหลือเศษฝุ่นและวัตถุขนาดเล็กทิ้งไว้เมื่อครั้งเคลื่อนที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ แรงโน้มถ่วงของโลกจึงดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาเสียดสีกับชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้กลายเป็นแสงวาบพาดผ่านท้องฟ้า มีทั้งสีเหลืองและสีเขียวสวยงามโดดเด่น
จุดเด่นของฝนดาวตกชุดนี้จะพุ่งกระจายตัวออกมาจากบริเวณ “กลุ่มดาวนายพราน” (Orion) ซึ่งเป็นกลุ่มดาวที่สังเกตง่ายและมีความสว่างสุกใส โดยมีอัตราการตกสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียงยังมีดาวฤกษ์สว่างเด่นสะดุดตาให้ชมเพลิน ๆ ระหว่างรอชมดาวตก เช่น ดาวบีเทลจุส (สีส้มแดง), ดาวไรเจล (สีฟ้าขาว) รวมถึงดาวซิริอุส ดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้าในกลุ่มดาวหมาใหญ่ด้วย
เทคนิคและวิธีดูฝนดาวตกให้ฟินที่สุด
- เวลาที่เหมาะสม: เริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 21 ต.ค. เป็นต้นไป ยาว ๆ จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 22 ต.ค.
- อุปกรณ์: มองด้วยตาเปล่าได้เลย! ไม่ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ เพราะฝนดาวตกจะกระจายตัวทั่วท้องฟ้า การใช้ตาเปล่าจะช่วยให้มองเห็นมุมกว้างได้ดีที่สุด
- สถานที่: ควรเลือกสถานที่มืดสนิท ปราศจากแสงไฟเมืองรบกวน (เช่น ทุ่งโล่ง ชานเมือง หรือสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ) เพื่อให้มองเห็นแสงดาวตกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ แม้ว่าฝนดาวตกโอไรออนิดส์จะสามารถปรากฏให้เห็นได้ในช่วงต้นเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี แต่สำหรับต้นกำเนิดหลักอย่าง “ดาวหางฮัลเลย์” นั้น จากการคำนวณทางดาราศาสตร์คาดว่าจะโคจรกลับมาเฉียดใกล้ดวงอาทิตย์อีกครั้งในช่วงกลางปี พ.ศ. 2604 ซึ่งเราจะได้มีโอกาสต้อนรับการกลับมาของดาวหางดวงนี้อีกครั้งในอีก 38 ปีข้างหน้า!



