
เปิด 6 พฤติกรรมเล็กๆที่ทำให้ "บิลค่าไฟพุ่ง" แบบไม่รู้ตัว
เช็กด่วน! 6 พฤติกรรมเล็กๆ ที่ทำบ่อยๆในบ้าน นี่หละคือตัวการทำ "บิลค่าไฟพุ่ง" แบบไม่รู้ตัว พร้อมแนะวิธีเซฟเงินในกระเป๋า
เคยไหม? ทั้งที่ไม่ได้เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรเพิ่มขึ้น แต่พอสิ้นเดือนเห็นบิลค่าไฟฟ้ากลับพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ หลายคนอาจกำลังมองหาตัวการว่ามาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหน แต่ความจริงแล้ว สาเหตุหลักอาจมาจาก “พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน” ที่เผลอมองข้ามและทำจนเคยชินภายในบ้าน ทีมข่าวคมชัดลึกพามาเจาะลึก 6 พฤติกรรมกินไฟ พร้อมเปิดแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยาวนานยิ่งขึ้น
เปิด 6 พฤติกรรมเสี่ยง ทำค่าไฟพุ่งกระฉูด
- เปิดแอร์เย็นจัด (ต่ำกว่า 25-26°C): การตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำเกินไปเพื่อหวังให้ห้องเย็นเร็ว ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักและใช้พลังงานมหาศาล รู้หรือไม่ว่า การลดอุณหภูมิแอร์ลงทุกๆ 1°C จะทำให้แอร์กินไฟเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 10%
- เปิดตู้เย็นบ่อย หรือแช่ของแน่นเกินไป: การเปิดประตูตู้เย็นบ่อยๆ ทำให้ความเย็นรั่วไหลออกนอกตู้ ตู้เย็นจึงต้องเร่งคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้นเพื่อทำความเย็นทดแทน รวมถึงการแช่ของแน่นตู้เกินไปจนขวางทางไหลเวียนอากาศ
- เสียบปลั๊กทิ้งไว้แม้ปิดเครื่อง (Standby Power): เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น ทีวี ไมโครเวฟ พัดลม หรือเครื่องทำน้ำอุ่น แม้จะกดปิดสวิตช์ด้วยรีโมตแล้ว แต่หากยังเสียบปลั๊กค้างไว้ อุปกรณ์ยังคงดึงกระแสไฟในโหมดสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง
- เปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกันหลายเครื่อง: การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงพร้อมๆ กัน นอกจากจะทำให้เกิดการใช้พลังงานสะสมสูงฉับพลันแล้ว โครงสร้างค่าไฟบ้านอยู่อาศัยในประเทศไทยยังคิดแบบ "อัตราก้าวหน้า" (ขั้นบันได) ยิ่งใช้ไฟจำนวนหน่วยสะสมมากเท่าไร ค่าไฟต่อหน่วยก็จะยิ่งปรับสูงขึ้นตาม
- มองข้ามฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5: การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า หรือรุ่นที่ไม่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 มักจะมีระบบการทำงานที่กินไฟมากกว่าเครื่องรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง
- ใช้น้ำสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น: หลายคนคาดไม่ถึงว่าการเปิดน้ำทิ้งไว้หรือใช้น้ำอย่างไม่ประหยัด ส่งผลโดยตรงให้ "ปั๊มน้ำอัตโนมัติ" ทำงานถี่และใช้อุปกรณ์ปั๊มเร่งดันน้ำตลอดเวลา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่สูบพลังงานไฟฟ้าในบ้านโดยไม่รู้ตัว
ปรับพฤติกรรมง่าย ๆ เปลี่ยนบิลแพงให้เบาลง
- ตั้งอุณหภูมิแอร์พอดี: ปรับแอร์ให้อยู่ที่ประมาณ 26–27°C (หรือตั้งที่ 25-26°C ร่วมกับการเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น)
- เปิดตู้เย็นเท่าที่จำเป็น: วางแผนของที่จะหยิบก่อนเปิดประตู และไม่แช่ของร้อนจัดเข้าตู้เย็นทันที
- ถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน: หรือเลือกใช้ปลั๊กพ่วงที่มีสวิตช์ปิด-เปิดแยกจุด เพื่อตัดกระแสไฟสแตนด์บาย
- กระจายเวลาใช้งาน: หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟสูง (เช่น เตารีด เครื่องซักผ้า แอร์) พร้อมๆ กัน
- เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5: โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสัญลักษณ์ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือแบบ Inverter
- ใช้น้ำอย่างประหยัด: เพื่อลดรอบการทำงานของปั๊มน้ำภายในบ้าน
เพียงเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าตังค์ช่วงสิ้นเดือนแล้ว ยังช่วยถนอมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านให้มีอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย



