
รู้จักเทรนด์ฮิต ‘แต่งหน้าปรุงจืด’ สวยละมุน บางๆนัวๆ ที่กำลังไวรัลเต็มฟีด!
รู้จักเทรนด์ฮิต ‘แต่งหน้าปรุงจืด’ สวยละมุน บางๆ นัวๆ สไตล์ Quiet Beauty ที่กำลังไวรัลเต็มฟีด! เปิดเทคนิคหลักๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ แต่งตามแล้วสวยสับแบบสาวปรุงจืด
เปิดฟีดโซเชียลมีเดียทั้ง TikTok และ Instagram ในช่วงนี้ เชื่อว่าสายบิวตี้หลายคนคงสะดุดตากับแฮชแท็กคำแปลกๆ อย่าง #แต่งหน้าปรุงจืด จนเกิดความสงสัยว่า เทรนด์บิวตี้ล่ามาแรงนี้คืออะไร? ทำไมจู่ๆ ความ “จืด” ถึงกลายมาเป็นนิยามความสวยแพงที่เหล่าครีเอเตอร์และบิวตี้บล็อกเกอร์ต่างพากันแต่งตามจนกลายเป็นไวรัล วันนี้ ‘คมชัดลึก’ จะพาทุกคนไปแกะรหัสคำว่า “ปรุงจืด” ว่าแท้จริงแล้วคืออะไร แตกต่างจากการแต่งหน้าแบบเดิมอย่างไร และมีเทคนิคอย่างไรให้จืดแบบกลมกล่อมและดูแพง!
แต่งหน้า "ปรุงจืด" คืออะไร?
การแต่งหน้าแบบ “ปรุงจืด” มีชื่อเรียกสากลในวงการบิวตี้ว่า Low Saturation Makeup หรือการแต่งหน้าแบบ Low-Contrast หัวใจสำคัญคือการใช้เครื่องสำอางกลุ่ม “สีอิ่มตัวต่ำ” (Low Saturation) หรือโทนสีที่มีความหม่น ละมุน ตุ่นๆ (Muted Tone) เช่น สีชมพูนม สีพีชอ่อน สีเบจ หรือสีน้ำตาลเทาที่ใกล้เคียงกับสีผิวและสีผมตามธรรมชาติ
จุดเด่นของเทรนด์นี้คือ ภาพรวมของใบหน้าจะดูซอฟต์ ละมุนตา ให้ความรู้สึก “นมๆ นัวๆ” และกลมกลืนกันไปหมด โดยไม่มีจุดใดจุดหนึ่งบนใบหน้า (ตา แก้ม ปาก) ที่เด่นชัดหรือใช้สีสันฉูดฉาดตัดกันจนแย่งซีนกันเอง เปรียบเหมือนอาหารรสจืดที่ไม่ประโคมเครื่องปรุงรสจัด แต่กลับกลมกล่อมและชวนลิ้มลอง
แต่งหน้า "ปรุงจืด" VS "No Makeup Makeup" ต่างกันตรงไหน?
หลายคนอาจจะสับสนว่าลุคปรุงจืด ก็คือการแต่งหน้าเหมือนไม่ได้แต่ง (No Makeup Makeup) หรือเปล่า? คำตอบคือ "มีความคล้าย แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว"
- No Makeup Makeup: เน้นลวงตาว่า “ไม่ได้แต่งหน้าเลย” ตื่นมาก็เป็นแบบนี้ เน้นเผยผิวและใช้สีที่ลอกเลียนธรรมชาติของมนุษย์ให้เนียนที่สุด
- แต่งหน้าปรุงจืด: เป็นลุคที่ “ตั้งใจแต่งและรู้ว่าแต่ง” ยังมีการคัดเบ้าตา ปัดแก้ม และทาลิปสติกให้เห็นสีสันอย่างชัดเจน เพียงแต่เฉดสีที่เลือกใช้จะเป็นสีโทนตุ่น นัว ละมุน ไม่ฉูดฉาด และลดทอนความคมชัดของเส้นสายลง เพื่อขับเน้นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของใบหน้าให้ดูซอฟต์และโรแมนติกที่สุด
5 คีย์เวิร์ดสำคัญ สู่ลุค "ปรุงจืด" แบบสวยสับ หากอยากลองเปลี่ยนสไตล์มาเป็นสาวปรุงจืดที่ดูสวยแพงแบบ Quiet Beauty เทคนิคหลักๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจมีดังนี้
จุดแต่งหน้าเทคนิคการ "ปรุงจืด"
1. งานผิว (Soft Base)เลือกรองพื้นหรือคุชชั่นเนื้อบางเบา ให้ฟินิชกึ่งแมตต์ (Semi-Matte) เผยรายละเอียดผิวจริง เน้นใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดเฉพาะจุดเพื่อความสะอาดของผิว
2. ดวงตา (Muted Eyes)หลีกเลี่ยงอายแชโดว์สีสดและชิมเมอร์เม็ดใหญ่ ให้ใช้สีเบจหรือน้ำตาลตุ่นคัดเบ้าเบาๆ กรีดอายไลเนอร์สีน้ำตาลฟุ้งๆ และปัดมาสคาร่าพอกรุบกริบ
3. คิ้วทรงธรรมชาติไม่เขียนคิ้วเป็นบล็อกเข้มหรือตัดขอบคมกริบ ใช้ที่เขียนคิ้วสีอ่อนกว่าหรือใกล้เคียงกับสีผม แล้วปัดมาสคาร่าคิ้วให้เรียงเส้นฟุ้งๆ
4. แก้มเลือดฝาดปัดบลัชออนโทนสีนู้ด พีชอ่อน หรือชมพูนม ให้สีกลืนไปกับผิว เหมือนหน้าแดงระเรื่อตามธรรมชาติมาตั้งแต่เกิด
5. ปากเบลอขอบ (Blurred Lips)ใช้ลิปสติกโทน MLBB (My Lips But Better) หรือโทนนู้ดตุ่น ทาแล้วใช้นิ้วหรือแปรงเบลอขอบปากให้ฟุ้งละมุน ไม่ตัดขอบปากชัดเจน
ทำไมเทรนด์ "ปรุงจืด" ถึงครองใจคนยุคนี้?
การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทรนด์ปรุงจืด สอดคล้องกับกระแสความงามระดับโลกอย่าง Clean Girl Aesthetic หรือ Quiet Beauty ที่ผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายกับการประโคมเมกอัปหนาเตอะหรือการคอนทัวร์หน้าพุ่งพิกเซลแตกแบบยุคก่อน ยิ่งไปกว่านั้น เทรนด์นี้ยังตอบโจทย์ชีวิตประจำวันและสภาพอากาศเมืองไทย เพราะเป็นสไตล์ที่แต่งง่าย สบายตา ดูดีแบบไม่ต้องตะโกน และที่สำคัญ ล่าสุดเทรนด์นี้ยังลามไปถึงฝั่งบิวตี้ผู้ชาย (Mens Grooming) ที่หันมาแต่งหน้าปรุงจืดเพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและดูดีขึ้นในแบบซอฟต์มัสคูลีนอีกด้วย
ใครที่เบื่อความจัดจ้าน ลองเปิดกรุเครื่องสำอางแล้วหยิบโทนสีนู้ดละมุนๆ มาลอง “ปรุงจืด” ให้กับตัวเองดูสักครั้ง คุณอาจจะพบเวอร์ชันที่ดูสวยแพงและสบายตาที่สุดของตัวเองก็เป็นได้!



