ไลฟ์สไตล์

"ซองกันชื้น-สำลี" ในขวดยา เปิดใช้งานแล้วต้องทิ้งทันที เสี่ยงรับเชื้อโรคไม่รู้ตัว!

"ซองกันชื้น-สำลี" ในขวดยา เปิดใช้งานแล้วต้องทิ้งทันที เสี่ยงรับเชื้อโรคไม่รู้ตัว!

15 เม.ย. 2569

อย่าหาทำ! "ซองกันชื้น-สำลี" ในขวดยา เปิดใช้งานแล้วต้องทิ้งทันที ชี้เก็บไว้ทำยาเสื่อมสภาพเร็ว เสี่ยงรับเชื้อโรคไม่รู้ตัว!

หลายคนยังเข้าใจผิด! "คมชัดลึก" เจาะลึกความจริงเรื่องการเก็บรักษายาที่หลายบ้านยังทำพลาด กับพฤติกรรมการเก็บ "สำลี" และ "ซองกันชื้น" ไว้ในขวดยาจนกว่ายาจะหมด ผู้เชี่ยวชาญประสานเสียงเตือน หลังเปิดฝาใช้งานครั้งแรกให้ "คัดทิ้ง" ทันที เพราะจากตัวช่วยอาจกลายเป็น "ตัวทำลาย" ประสิทธิภาพยาให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น!

 

"ซองกันชื้น-สำลี" ในขวดยา เปิดใช้งานแล้วต้องทิ้งทันที เสี่ยงรับเชื้อโรคไม่รู้ตัว!

ตามหลักเภสัชกรรม สำลี ที่ใส่มาในขวดยามีวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวคือ "กันกระแทก" ระหว่างการขนส่งเพื่อไม่ให้เม็ดยาแตกหักเท่านั้น เมื่อเราเปิดขวดใช้งานแล้ว สำลีเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและดักจับความชื้นจากอากาศภายนอก ทุกครั้งที่เราหยิบยาและยัดสำลีกลับเข้าไปใหม่ เท่ากับเรากำลังนำความชื้นและสิ่งปนเปื้อนไปฝากไว้กับตัวยาโดยตรง

 

"ซองกันชื้น-สำลี" ในขวดยา เปิดใช้งานแล้วต้องทิ้งทันที เสี่ยงรับเชื้อโรคไม่รู้ตัว!

ในส่วนของ ซองกันชื้น (Silica Gel) แม้จะมีหน้าที่ดูดความชื้นในขั้นตอนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ แต่เมื่อมีการเปิด-ปิดขวดยาบ่อยครั้ง ซองกันชื้นจะดูดความชื้นจากอากาศภายนอกจน "อิ่มตัว" และไม่สามารถดูดซึมได้อีกต่อไป ที่ร้ายกว่านั้นคือมันอาจปล่อยความชื้นที่สะสมไว้ออกมาสู่เม็ดยา ทำให้ยาชื้น เปลี่ยนสี เหม็นหืน หรือเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุจริง

 

"ซองกันชื้น-สำลี" ในขวดยา เปิดใช้งานแล้วต้องทิ้งทันที เสี่ยงรับเชื้อโรคไม่รู้ตัว!

4 กฎเหล็กเก็บยาให้คงประสิทธิภาพ (อ้างอิงข้อมูลจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล) เพื่อให้ตัวยายังคงประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด ควรปฏิบัติดังนี้ 

  • คัดออกทันที: เมื่อเปิดขวดครั้งแรก ให้ทิ้งสำลีและซองกันชื้นไปเลย (เว้นแต่ยาบางชนิดที่มีคำแนะนำเฉพาะ)
  • ปิดฝาให้สนิท: ทุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อป้องกันอากาศและความชื้นเข้าไปทำปฏิกิริยากับยา
  • เลี่ยงความร้อน-แสงแดด: เก็บยาในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง ไม่ควรเก็บยาในรถหรือใกล้หน้าต่าง
  • ห้ามเก็บในห้องน้ำ: หลายคนพลาดจุดนี้! ห้องน้ำมีความชื้นสูงมาก เป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ยาเสื่อมสภาพไวที่สุด

 การดูแลรักษายาอย่างถูกวิธีไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะยาที่เสื่อมสภาพนอกจากจะรักษาไม่ได้ผลแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ หากพบว่ายามีลักษณะเปลี่ยนไป เช่น เม็ดบวม สีเปลี่ยน หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรและไม่ควรนำมาใช้อีก