ไลฟ์สไตล์

ย้อนรอย 200 ปี เทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ต อิทธิฤทธิ์ "ม้าทรง" รับเคราะห์แทนชุมชน

ย้อนรอย 200 ปี เทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ต อิทธิฤทธิ์ "ม้าทรง" รับเคราะห์แทนชุมชน

19 ต.ค. 2569

ย้อนรอย 200 ปี เทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ต จากตำนานโรคระบาดคณะงิ้ว สู่มรดกวัฒนธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เจาะลึก "ม้าทรง" (กี่ต๋อง) ผู้รับเคราะห์แทนชุมชน

 

หากกล่าวถึงเทศกาลที่สะท้อนพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่และประเพณีอันเก่าแก่ของประเทศไทย "ประเพณีถือศีลกินผัก" (เจี๊ยะฉ่าย) ของจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นหนึ่งในปักหมุดสำคัญทางวัฒนธรรมที่ผู้คนทั่วโลกต่างปักหมุดเดินทางมาเยือน ในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี ทั่วทั้งเกาะภูเก็ตจะสะพรั่งไปด้วยธงสีเหลืองและผู้คนที่พร้อมใจกันสวมชุดขาว เพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจ ละเว้นการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ และรักษาศีลอย่างเคร่งครัด

 

ย้อนรอย 200 ปี เทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ต อิทธิฤทธิ์ "ม้าทรง" รับเคราะห์แทนชุมชน

 

ย้อนตำนาน 200 ปี "อ๊ามกะทู้" จุดกำเนิดประเพณีศรัทธา  (ในยุคที่การทำเหมืองแร่ดีบุกรุ่งเรือง) ตำบลกะทู้ ซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนฮกเกี้ยนโพ้นทะเล ได้มีคณะงิ้ว หรือคณะละครเร่ (ปั่วฮี่) เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศจีนเพื่อทำการแสดง ทว่าระหว่างเปิดการแสดง ได้เกิดโรคระบาดลึกลับ (ไข้ป่าหรือโรคห่า) กัดกินชีวิตผู้คน ทั้งชาวบ้านและชาวคณะงิ้วต่างล้มป่วยและเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ในวิกฤตครั้งนั้น ชาวคณะงิ้วระลึกได้ว่าพวกตนหลงลืมการประกอบพิธี "เจี๊ยะฉ่าย" เพื่อบูชา องค์เก้าราชัน (กิ้วอ๋องไต่เต่) และ ยกอ๋องซ่งเต่ ตามประเพณีดั้งเดิม จึงร่วมใจกันตั้งพิธีถือศีลกินผักขึ้น ผลปรากฏเกิดปาฏิหาริย์ อาการเจ็บป่วยทุเลาลงและหายเป็นปกติอย่างน่าอัศจรรย์

 

ย้อนรอย 200 ปี เทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ต อิทธิฤทธิ์ "ม้าทรง" รับเคราะห์แทนชุมชน

 

ต่อมา ชาวบ้านกะทู้ได้ส่งตัวแทนเดินทางไปยังมณฑลฮกเกี้ยน (หรือมณฑลกังไสตามตำนานเล่าขาน) ประเทศจีน เพื่อประกอบพิธีอัญเชิญ "เหี่ยวฮั่น" (ผงธูปศักดิ์สิทธิ์) พร้อมอัญเชิญคัมภีร์บทสวดและคัมภีร์ประกอบพิธีกรรมกลับมายังภูเก็ตอย่างถูกต้องตามตำรับโบราณ นำไปสู่การตั้ง "ศาลเจ้ากะทู้" (อ๊ามในทู) ซึ่งถือเป็นอ๊ามแห่งแรกที่เป็นศูนย์รวมจิตใจและจุดกำเนิดประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ตจนถึงปัจจุบัน

 

ย้อนรอย 200 ปี เทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ต อิทธิฤทธิ์ "ม้าทรง" รับเคราะห์แทนชุมชน

เจาะลึก "ม้าทรง" (กี่ต๋อง) ผู้รับเคราะห์แทนชุมชน อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต คือ ขบวนแห่พระรอบเมือง หรือ "อิ้วเก้ง" ซึ่งปรากฏร่างของ "ม้าทรง" หรือที่ภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า "กี่ต๋อง"

ตามความเชื่อดั้งเดิม "ม้าทรง" คือผู้ที่ได้รับคัดเลือกจากเทพเจ้าให้ใช้ร่างกายเป็นพาหนะในการประทับทรง เพื่อทำหน้าที่สะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และ "รับเคราะห์แทนชาวบ้านในชุมชน" ผ่านการแสดงอิทธิฤทธิ์ทรมานร่างกายในรูปแบบต่างๆ อาทิ การใช้วัสดุแหลมคมทิ่มแทงร่างกาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแบกรับความเจ็บปวดและภัยพิบัติแทนมนุษย์

 

 

ย้อนรอย 200 ปี เทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ต อิทธิฤทธิ์ "ม้าทรง" รับเคราะห์แทนชุมชน

 

ไฮไลท์พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาด เทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ตเต็มไปด้วยพิธีกรรมอันเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา ได้แก่:

  • การยกเสาโกเต้ง: พิธีเปิดเทศกาลเพื่ออัญเชิญองค์กิ้วอ๋องไต่เต่และยกอ๋องซ่งเต่ลงมาประทับ
  • พิธีอิ้วเก้ง (แห่พระรอบเมือง): ขบวนแห่รูปเคารพเทพเจ้าไปตามถนนสายต่างๆ เพื่อประทานพรแก่บ้านเรือน
  • พิธีโก๊ยโห้ย (ลุยไฟ): พิธีกรรมชำระล้างสิ่งอัปมงคลและมลทินออกจากร่างกายด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์
  • พิธีโก๊ยห่าน (สะเดาะเคราะห์): พิธีข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์เพื่อความเป็นสิริมงคลส่งท้ายเทศกาล

ปัจจุบัน ประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีน แต่ยังได้รับการยกย่องเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมาร่วมสัมผัสพลังแห่งศรัทธาและลิ้มลองรสชาติอาหารเจพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ในทุกๆ ปี

 

ย้อนรอย 200 ปี เทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ต อิทธิฤทธิ์ "ม้าทรง" รับเคราะห์แทนชุมชน

 

 

ขอขอบคุณภาพบางส่วนจาก Phuket OK