
หัวใจไทย -โจหลุยส์บุกเมืองรถม้า
ได้รับอีเมลจาก พี่ชิตพร พูลประสิทธิ์ นักจัดงานทั่วไปชำนาญการ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง เป็นฉบับที่ 2 แล้ว วันนี้พี่ชิตพรส่งข่าวคราว คณะหุ่นละครเล็ก โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)
ได้เดินทางไปเปิดการแสดงในโครงการ 84 พรรษาเฉลิมหล้ามหาราชันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและการแสดงหุ่นละครเล็ก เรื่องพระมหาชนก ณ หอประชุมองค์กรบริหารส่วนจังหวัดลำปาง จ.ลำปาง โดยมี นางสายฝน นาถพรายพันธุ์ วัฒนธรรมจังหวัดลลำปาง เป็นประธาน ได้รับความสนใจจากผู้ชมชาวรถม้าเป็นจำนวนมาก
พี่ชิตพร บอกว่า การแสดงหุ่นละครเล็กที่นั่งอบจ.ลำปางจัดไว้ไม่เพียงพอ ต้องเสริมที่นั่งเพิ่มจนเกือบติดขอบเวที ด้านผู้ชมมีทั้งนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ที่ควบคุมดูแลเด็ก และมีสามเณรด้วย รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 คน/รูป การแสดงเริ่มด้วย ชุดแรกพระมหาชนก เป็นวิริยะบารมี ชุดที่ 2 เรื่องความสามัคคี เป็นเรื่อง ครุฑกับนาค ซึ่งเป็นพี่น้องกันแต่มาฆ่ากันเอง
จนนาคตัวสุดท้าย พระนารายณ์มาหยุดติดการฆ่ากันครั้งนี้ ทำให้พี่น้องรักกันอีกครั้ง เปรียบเสมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพ่อของเรา ทรงห่วงใยประชาชนที่เปรียนเสมือนเป็นลูกๆ ของท่าน ควรสามัคคีกันไว้เพื่อในหลวงของเรา ต่อด้วย ชุดที่ 3 เป็นเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางเบญจกาย ซึ่งสนุกมาก ตัวละครหนุมานลงมาเล่นกับผู้ชม และผู้ชมที่เป็นนักเรียนไปเชิดหุ่นร่วมกันบนเวที จบการแสดงมีการถ่ายภาพกับหุ่น
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้น้อมนำบทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก มาจัดเป็นการแสดงและกิจกรรมต่างๆ วธ.และนาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) จึงได้จัดโครงการ 84 พรรษา เฉลิมหล้ามหาราชัน จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและการแสดงหุ่นละครเล็กเรื่อง พระมหาชนก เผยแพร่องค์ความรู้ คติธรรม คำสอน เรื่องราวของความเพียร ความกล้าหาญ กล้ากระทำในสิ่งที่ถูกที่ควร เพื่อความผาสุกของประชาราษฎร์ผ่านศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็กไปสู่ประชาชน เยาวชนทั่วประเทศ จำนวน 19 ครั้ง 29 รอบ โดยผู้ชมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
หลังจากที่โรงละครของคณะหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ปิดตัวลง หน่วยงานภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ในการหาสถานที่แสดงและงบประมาณสนับสนุนครั้งนี้ประมาณ 8 ล้านบาท รวมถึงการประชาสัมพันธ์งาน ส่วนสถานที่แสดงถาวรอยู่ระหว่างทำสัญญากับภาคเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง
นี่เป็นตัวอย่างภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านศิลปวัฒนธรรมให้อยู่รอด แต่ก็อย่าลืมศิลปะการแสดงอื่นๆในภูมิภาคที่กำลังจะสูญหาย ไร้คนเหลียวแลด้วยนะ



