
ไทยเตรียมรับ ญี่ปุ่นบุกหาอาหารเพิ่ม (1)
ภายใต้วิกฤติการขาดแคลนอาหารที่เกิดเป็นระยะในตลาดโลก และการตรวจพบสารปนเปื้อนที่ปะปนไปกับสินค้าอาหารนำเข้า จนทำให้ผู้บริโภคในญี่ปุ่นล้มป่วย รวมทั้งข่าวการตรวจพบสารปนเปื้อนในวัตถุดิบการเกษตรและอาหาร เป็นข่าวครึกโครม สร้างความตื่นตระหนกในกลุ่มอุตสาหกรรม และช
ทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนของญี่ปุ่นมองว่า สถานการณ์นี้เป็นภัยคุกคาม และหันมาทบทวนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงด้านอาหารของประเทศอย่างจริงจัง
ด้วยพื้นที่เกษตรที่มีอย่างจำกัด ญี่ปุ่นจึงไม่สามารถผลิตสินค้าเกษตรและอาหารได้เพียงพอสำหรับการบริโภคของประชากร 127 ล้านคน แม้ว่าญี่ปุ่นจะตระหนักถึงความสำคัญและความมั่นคงของประเทศด้านอาหารมาโดยตลอด แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ ประการทำให้ญี่ปุ่นยังไม่สามารถเพิ่มอัตราการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร หรือผลิตสินค้าอาหารในประเทศได้เพียงร้อยละ 39-40 ของจำนวนแคลอรี่ที่ต้องการบริโภคโดยรวม แม้ว่าจะได้ใช้ความพยายามและวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นร้อยละ 45-50 ภายใน 10-20 ปีข้างหน้า แต่หนทางก็ยังยาวไกลจากเป้าหมาย
ล่าสุด ได้เกิดแนวคิด ‘Made By Japanese’ Approach ขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการญี่ปุ่น โดยมองว่า ถึงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นต้องออกไปลงทุนผลิตและแปรรูปอาหารในต่างประเทศอย่างจริงจัง เพื่อส่งกลับไปบริโภคในประเทศ เป็นการแก้ปัญหาทั้งเรื่องการเพิ่มความมั่นใจด้านปริมาณอาหารให้มีอย่างเพียงพอ (stable food supply) และด้านความปลอดภัยของอาหาร
นับตั้งแต่จีนเปิดประเทศรับการลงทุน และขยายตลาดส่งออก กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสาขาจำนวนมากของญี่ปุ่น ต่างเข้าไปทำสัญญาและสร้างพันธมิตรกับโรงงานในจีน โดยเฉพาะกลุ่มผักแช่แข็ง และอาหารแปรรูป เพื่อจัดหาและสั่งซื้อสินค้าสำหรับตลาดญี่ปุ่น ปัจจุบันสินค้าอาหาร ผัก-ผลไม้และอาหารแปรรูปจากจีนมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60 ของมูลค่าการนำเข้าของญี่ปุ่น
การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นกลับนำมาสู่ปัญหาเรื่องคุณภาพและการปนเปื้อน ลุกลามและมีการตรวจพบสารเคมีอันตรายปะปนกับสินค้าจากจีนมากชนิดขึ้นเรื่อยๆ สร้างความวิตกกังวลและบั่นทอนความมั่นใจในสินค้าจากจีน
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ
ณ กรุงโตเกียว



