
ขอเป็นผู้จัดการมรดก
ผมมีเรื่องอยากทราบครับ คือ แต่งงานอยู่กินกับภรรยามาได้ 12 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ครอบครัวของภรรยามีฐานะดีกว่าผม และไม่ชอบผมเท่าไหร่ เลยทำให้มีปัญหา คือ ผมไม่สามารถเข้ากับครอบครัวของเธอได้
เรื่องที่ผมข้องใจคือ บ้านที่อยู่ทุกวันนี้ เป็นบ้านที่ผมและภรรยาช่วยกันส่ง โดยที่ผมเองทำงานเป็นข้าราชการ แต่ภรรยาบริหารธุรกิจให้แก่ครอบครัว เธอจึงมีรายได้มากกว่าผม และเป็นเงินเดือนที่ได้จากครอบครัว แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ภรรยาผมเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 4 เดือน ด้วยโรคมะเร็ง ผมและลูกๆ ก็อยู่ในบ้านหลังนี้เรื่อยมา แต่พ่อตาผมจะขอเข้ามาเป็นผู้จัดการมรดก แล้วก็บอกว่าจะเข้ามาจัดการเรื่องบ้าน เพราะ ส่วนหนึ่งเป็นเงินที่มาจากครอบครัวเขา
อยากทราบว่า ผมจะทำอย่างไรได้บ้าง ทรัพย์สินที่มี ต้องแบ่งครึ่งให้กับครอบครัวของภรรยาหรือเปล่าครับ ลูก กับ ผมจะมีสิทธิอะไรบ้าง
มนัส
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า พ่อของภรรยามีสิทธิที่จะขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ แต่คุณในฐานะที่เป็นสามี ก็มีสิทธิขอเป็นผู้จัดการมรดกด้วยเช่นกัน
กรณีนี้ หากเกรงว่าให้พ่อของภรรยาเป็นผู้จัดการมรดกเพียงผู้เดียว จะส่งผลให้คุณไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ควรจะขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วม ซึ่งตามกฎหมายแล้วคุณมีสิทธที่จะกระทำได้
ส่วนเรื่องบ้านนั้น การที่พ่อภรรยาบอกว่า เงินส่วนหนึ่งมาจากครอบครัวนั้น หากคุณมีข้อโต้แย้ง เรื่องนี้จะอ้างกล่าวลอยไมได้ ก็ต้องมีการพิสูจน์กันตามกระบวนการทางกฎหมายว่า เงินที่ได้มานั้น เป็นเงินที่ทางบ้านให้มา หรือเป็นเงินที่มาจากเงินเดือนที่ภรรยาได้รับจากครอบครัว ซึ่งผลที่ได้จะต่างกัน
สำหรับสิทธิของคุณและลูกที่จะได้รับนั้น คือ หลังจากภรรยาเสียชีวิต ทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมด ต้องแยกออกมาก่อน โดยแบ่งเป็นสินสมรส กับมรดก ซึ่งสินสมรส คุณได้ไปครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งถือว่า เป็นมรดก และมรดกส่วนนี้ จะแบ่งให้กับผู้ที่มีสิทธิรับเท่าๆ กัน คือ ลูก พ่อ-แม่ และคู่สมรส โดยทุกคนจะได้รับทุกส่วนเท่ากันหมด
จึงเท่ากับว่า มรดกของภรรยา จะแบ่งให้แก่ลูก 2 คน พ่อ-แม่ และ คุณ โดยที่ทุกคนจะได้รับเท่ากันหมด ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่า ตามกฎหมายแล้วคุณและลูกมีสิทธิในมรดกส่วนที่เป็นของภรรยาเท่าๆ กันกับพ่อ-แม่ ของภรรยา
ลุงแจ่ม



