ไลฟ์สไตล์

จวกนโยบายแจกแท็ปเล็ตฟรีพรรคการเมือง

จวกนโยบายแจกแท็ปเล็ตฟรีพรรคการเมือง

08 มิ.ย. 2554

"ชินวรณ์" จวกนโยบายแจกแท็ปเล็ตฟรีของพรรคการเมือง ระบุสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช้เหตุ แจกนร.ทุกราย 12 ล้านคน ต้องใช้งบกระฉูดกว่า 1 แสนล้านบาท แนะทำเรียนฟรีดีกว่า ได้ประโยชน์ต่อนักเรียนโดยตรง

 (8มิ.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า มีคำถามจากผู้ปกครองนักเรียนจำนวนมาก ว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยหรือไม่กรณีบางพรรคการเมืองมีนโยบายแจกแท็บเล็ตพีซีให้นักเรียนทุกคน ในเรื่องนี้นั้น ตนคัดค้านมาตลอดตั้งแต่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลมีนโยบายแจกแล็ปท็อปไว้ประจำตัวนักเรียน จริงอยู่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมกันด้านการศึกษามีความจำเป็น แต่โดยภาระงบประมาขณะนี้ ยังไม่มีความจำเป็นถึงขั้นต้องซื้อแท็ปเล็ตพีซีแจกนักเรียนทุกคนซึ่งมีอยู่ถึง 12 ล้านคน เป็นภาระงบประมาณไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท

 ที่สำคัญ เมื่อเรายังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กได้อย่างเข้มแข็ง การแจกแท็ปเล็ตพีซีให้เด็กนั้น นอกจากเด็กจะไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์เต็มที่แล้ว อาจนำไปในทางไม่ถูกต้องได้ เช่น ใช้เล่นเกมส์ ไม่ได้ใช้แสวงหาความรู้ อีกทั้งระบบ แท็ปเล็ตพีซีเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ล้าสมัยเร็ว ทำให้ยิ่งสิ้นเปลืองงบประมาณ ทั้งที่จริงแล้ว ควรนำงบประมาณที่มีอยู่มามุ่งเน้นในการดำเนินการที่เป็นประโยชน์โดยตรงแก่นักเรียน เช่น นโยบายเรียนฟรี หรือการแจกทุนการศึกษาให้นักเรียน

 “ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาควรทำอย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและมีกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่แสวงหาความร่วมมือจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กทช. ) และหน่วยงานภาคเอกชนอื่น ๆ ตลอดจนขอความร่วมมือจากผู้ปกครองที่มีกำลังพร้อมให้ลงทุนซื้ออุปกรณ์ไอซีทีสำหรับเด็กใช้ที่บ้านของตัวเอง เช่น แท็ปเล็ต “

 รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ในส่วน ศธ.นั้น สิ่งที่ควรดำเนินเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนยีสารสนเทศเพื่อการศึกษานั้น มี 3 ประการ คือ ลงทุนทำโครงข่ายอินเทอร์เนตความเร็วสูงให้ครอบคลุม ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์กับนักเรียนในระบบแล้วยังมีประโยชน์ต่อนักเรียนของ กศน.ด้วย 2. ทำระบบข้อมูลสารสนเทศแห่งชาติที่ครอบคลุมเด็กตั้งแต่เกิดอย่างแท้จริง โดยทำงานเชื่องโยมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการวางนโยบายด้านการศึกษา สุดท้าย ทำศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ นำองค์ความรู้ต่าง ๆมาใส่ในในโทรทัศน์ วิทยุ และเครือข่ายอินเทอร์เนต เพื่อให้นักเรียนดึงไปใช้ได้ ทั้ง 3 เรื่องนี้จะเป็นเครื่องมือยกระดับการเรียนรู้ของนักเรียนให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ศธ.มีเป้าต้องการให้โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ใช้ในอัตราส่วน นักเรียน 1 เครื่อง ต่อนักเรียน 10 คน ซึ่งในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ศธ.ได้ลงทุนไม่ต่ำกว่า 17,000 ล้านบาท ศธ. เพื่อจัดซื้อคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม และลงทุนวางเครือข่ายอินเทอร์เนตความเร็วสูง เพราะฉะนั้น ถ้าพรรคการเมืองใดมาดูแลกระทรวงนี้ ควราต่อยอดเรื่องนี้จะเกิดประโยชน์ต่อนักเรียนมากกว่า