ไลฟ์สไตล์

ทำนาข้าวสลับ "นาหญ้า"
พลิกศัตรูพืชเป็นเม็ดเงิน

ทำนาข้าวสลับ "นาหญ้า" พลิกศัตรูพืชเป็นเม็ดเงิน

09 มิ.ย. 2554

"หญ้า" วัชพืชหมายเลข 1 แห่งท้องทุ่งนา ศัตรูที่พร้อมจะเติบโตแย่งอาหารของต้นข้าวได้ทุกเมื่อ เกษตรกรต่างฉีดพ่นกราดยาฆ่าหญ้าเป็นว่าเล่นเพื่อปกป้องผลผลิตของตนเอง แต่ไม่ใช่ "ศักดา ดวงบรรเทา" เกษตรกรวัย 40 ปี และ "นิกร คำภิมูล" วัย 39 ปีภรรยา แห่ง อ.เมือง จ.ขอน

 ก่อนหน้านี้ศักดา และภรรยาทำ “นาข้าว” บนเนื้อที่สิบกว่าไร่เป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวทั้ง 6 ชีวิตได้อย่างไม่ลำบากนัก แต่เมื่อสภาพอากาศไม่เป็นใจ พายุลูกใหญ่มาพร้อมกับน้ำหลาก บวกกับทำเลที่ตั้งของนาเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมง่าย ทำให้ข้าวจมอยู่ใต้น้ำเสียหายไปหลายไร่ แม้น้ำจะลดแต่ข้าวก็ไม่อาจนำกลับคืนมาได้ เหลือเพียงแต่หญ้าเปื้อนโคลนให้ช้ำใจ ศักดาและภรรยาจึงเปลี่ยนหันมาทำ “นาหญ้า” ประกอบกับโครงการเสบียงสัตว์ของรัฐบาลช่วงปี 2551 ที่มีนโยบายปลูกหญ้าพันธุ์แฟงโกลา สองสามีภรรยาจึงทดลองปลูกแล้วส่งขาย

 ศักดา กล่าวว่า ทำนาหญ้ามา 3-4 ปีแล้ว โดยมีผู้แนะนำบวกกับมีนโยบายเสบียงสัตว์ จึงตัดสินใจซื้อพันหญ้ามาปลูก ช่วงแรกไม่คิดว่าจะมีใครมาซื้อ แต่ด้วยอยากลองสลับกับทำนาข้าวดูบ้างก็เลยลองปลูก โชคดีที่ช่วงนั้นเกษตรกรที่ทำนาหญ้าเลิกปลูกไปหลายราย ลูกค้าเลยหาแหล่งซื้อใหม่ และมาเจอที่นาหญ้าของเรา ซึ่งส่วนใหญ่มีทั้งลูกค้าที่มาจากต่างอำเภอ เช่น อ.บ้านไผ่ อ.เขาสวนกวาง ส่วนต่างจังหวัดก็จะมีกาฬสินธุ์

 “ช่วงแรกๆ ขายราคา 2-3 บาทต่อกิโลกรัม ขายให้ลูกค้าที่มาสั่งซื้อบ้าง ขายให้โรงฆ่าวัวบ้าง ช่วงนั้นได้เงินค่าหญ้าเดือนละ 3-4 หมื่นบาท มีเงินมาต่อเติมบ้านและซื้อรถภายใน 2-3 ปี แต่ช่วงนี้ราคาหญ้าหล่นลงมาเป็นกิโลกรัม 1.50 บาท แม้รายได้จะลดลงบ้าง เหลือเดือนละหมื่นกว่าบาท แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เพราะหญ้าที่ขายไม่ได้ขายให้เพียงวัวเท่านั้น ช้าง ม้าก็กิน สนามม้าขอนแก่นก็มาติดต่อซื้อกับเรา" ศักดา กล่าว

 พร้อมกันนี้ ศักดาได้อธิบายถึงวิธีปลูกหญ้าว่าไม่ยุ่งยาก ขอเพียงมีพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นพอ จากนั้นเตรียมดินเพื่อปลูกหญ้า โรยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักลงบนดินและหว่านกล้าหญ้าลงไป รอให้ฝนตก ปล่อยให้หญ้างอกตามธรรมชาติ แล้วจึงฉีดปุ๋ยพรมหญ้าบ้างยามเมื่อหญ้าเริ่มงอก หญ้าจะใช้เวลาโตประมาณ 1 เดือนกับอีก 15 วัน หลังจากนั้นเตรียมสะพายเครื่องตัดหญ้ามาตัดขายส่งลูกค้าตามรายการได้เลย ส่วนปัญหาจะมีก็ช่วงฤดูฝนที่หญ้างอกงามเร็วจนขายแทบไม่ทัน จึงถือช่วงนั้นเป็นโปรโมชั่นพิเศษ ลดแลกแจกแถม คืนกำไรให้ลูกค้าไปบ้าง นาหญ้าจึงถือเป็นช่องทางการเกษตรอีกช่องที่น่าสนใจ ทั้งง่ายและสร้างรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 ด้านนิกร ภรรยา กล่าวเสริมว่า "มีช่วงหนึ่งที่น้ำท่วมนาหญ้านานเป็นเดือน ถ้าเป็นนาข้าว คงจะเสียข้าวไปแล้วเกือบ 10 ไร่ แต่หญ้าที่ปลูกยังไม่ตายสามารถขูดล้างโคลนและเกี่ยวขายได้บ้างแล้ว จึงรอให้มันงอกงามในรอบตอบไป ตอนนี้ใช้เนื้อที่ 10 ไร่เช่าที่นาจากเจ้าของที่เพื่อปลูกข้าวและหญ้า เพราะทั้งข้าวและหญ้าต่างเป็นพืชที่ให้ผลผลิตและทำเงิน บางปีเอาเงินที่ได้จากการขายหญ้ามาซื้อปุ๋ยใส่ต้นข้าว ทำให้ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพิ่ม เรียกว่าเป็นรายได้เสริม ที่เสริมรายได้หลักไปในคราวเดียวกัน" 

 ถึงแม้จะมีการมองว่าการปลูกพืชทั้งสองจะดูคล้ายเป็นสงครามแย่งอาหารระหว่างพืชด้วยกัน แต่สำหรับศักดาและภรรยาแล้ว หญ้าและข้าวต่างเป็นผลผลิตที่สร้างรายได้ให้ตนและครอบครัวได้ทั้งสองทาง ผู้ใดที่สนใจจะสั่งซื้อหรือสนใจวิธีการสร้างรายได้จากศัตรูพืชแล้ว สามีภรรยายินดีให้คำปรึกษาโดยสามารถติดต่อไปได้ที่ โทร.08-5004-6237 ตลอดเวลา
         
"วทัญญา เล่ห์กัน"