
สะท้อนความคิดเป็นงานศิลป์
ไม่ง่ายนักที่จะเห็นนิทรรศการศิลปะของคนรุ่นใหม่ ที่จัดขึ้นโดยหยิบเอามุมมองความคิดของตัวเองถ่ายทอดลงปลายพู่กันให้คนทั่วไปได้สัมผัสอีกแง่มุมเล็กๆ ของสังคม ก้อย อาร์ต แกลเลอรี จึงนำเสนอกลิ่นอายของจิตรกรรมร่วมสมัยที่สะท้อนสีสันแห่งความงามและความสุข ภา
เริ่มจากการบอกเล่าเรื่องราวของ ทองไมย์ เทพราม นักวาดภาพเรียวลิสติคและอดีตผู้ช่วยสอนวิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มาคราวนี้หยิบยกเอาประเด็นการศัลยกรรมของผู้หญิงในปัจจุบันที่เจ้าตัวเห็นว่าเป็นความงามที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่เติมแต่งจนผิดแปลกไปจากเดิม แต่สุดท้ายศิลปินก็เชื่อว่าความงามที่ถูกสร้างขึ้นโดยกิเลสที่ไม่จีรังก็ไม่เท่ากับความดีที่ควรหมั่นสร้างเมื่อครั้งยังมีชีวิต งานที่ถ่ายทอดออกมาจึงกลายเป็นหมูที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัดกับถุงน้ำเกลือรูปนาฬิกาทรายที่ตีความถึงเวลาอันมีค่าของชีวิตที่พร้อมจะหมดลงเรื่อยๆ รอบเตียงรายล้อมไปด้วยเหล่าอีแร้งที่คอยจะจิกกินเมื่อสิ้นลมหายใจ นอกจากนี้แล้วยังมีผลงานที่ถูกบอกเล่าผ่านเรือนร่างและอากัปกิริยาของหญิงสาวโดยใช้แมวสื่อแทนลักษณะนิสัยของหญิงสาวผู้ซ่อนใบหน้าที่แท้จริงของตัวเองด้วย
"หมูเป็นสัตว์ที่คนมองว่ามันอ้วน ไม่สวย ในภาพนี้หมูเลยพยายามทำตัวเองให้ผอมสวยด้วยการขึ้นเตียงผ่าตัดทำศัลยกรรม แต่ลองมองกลับกันถ้าหมูทุกตัวผอมก็คงไม่มีคนซื้อ อยู่ไปโดยไม่มีใครต้องการสุดท้ายก็นอนรอความตายอย่างเปล่าประโยชน์" ทองไมย์ ตอบโจทย์ของด้วยความหมายการศัลยกรรมของตัวเอง
ในขณะที่ผู้กำกับหนังสั้น ศราวุธ ยาสมุทร แหวกแนวโดยใช้การวาดแอ็บสแตรคท์ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานลายเส้นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเหนื่อยในการใช้ชีวิตในเมืองหลวงของตัวเอง เมื่อถึงวันที่ล้ามากจนเกินภาวะเหงื่อไหลเข้าตาจนบรรยากาศรอบกายเป็นเหมือนภาพที่พล่ามัว เพียงในชั่วพริบตาสิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่ความอ่อนล้าอีกต่อไป แต่เป็นแสงสีรอบๆ ที่ฟุ้งกระจายจนเกิดความงามที่แอบแฝงอยู่ในความมากมายของวัตถุก่อสร้าง ภาพที่ได้จากวินาทีนั้นจึงกลายผลงานที่เลือกมองแต่สีสันที่มีความสุขคล้ายกับการมองเมืองหลวงผ่านกระจกหน้าตางแบบคร่าวๆ ที่เรามักจะเห็นความสนุกสนานเป็นอันดับแรก
"การวาดรูปแบบนี้คล้ายกับบทเพลงแจ๊สที่มีเสียงดนตรีต่างกันแต่ก็สามารถบรรเลงให้เกิดความไพเราะได้ ผลงานทั้งหมดก็เช่นเดียวกันไม่สามารถกำหนดได้ว่าต้องเป็นสีใดหากแต่มาอยู่ด้วยกันแล้วเกิดความสวยงาม และในความรู้สึกนั้นบางคนอาจมองว่าแสงสีในเมืองมีแต่แง่ลบไม่สร้างสรรค์ แต่สำหรับศิลปินแล้วสีสันของเมืองยามค่ำหากมองในแง่บวกก็สามารถสร้างความสุขให้กับเราได้ เมื่อเรามองทุกอย่างเป็นสุขความทุกข์ก็จะค่อยๆ หายไป หรือจะกล่าวเป็นนิยามสั้นๆ ได้ว่ารูปลักษณ์ราตรี วิถีแห่งเมือง เพื่อนำไปสู่ความสุขของตัวเอง" ศราวุธ กล่าว
ผลงานสุดท้ายถูกหักมุมด้วยภาพวาดแนวป๊อปอาร์ต จากปลายพู่กันของศิลปินอารมณ์ดี ชัยณรงค์ ทองกลิ่น ที่นำเอาบุคลิกของคนท้วมมาสร้างเป็นคาแร็กเตอร์สำหรับความสุขที่หลายคนโหยหา ทั้งจากอดีตที่แทนด้วยตัวเด็กอ้วนกับบรรดาเพื่อนๆ และของเล่นสมัยก่อนผู้ใหญ่ในปัจจุบันเคยอยากได้ และมุมมองการใช้ชีวิตในปัจจุบันด้วยภาพผู้หญิงร่างใหญ่ในกริยาที่สะท้อนให้เห็นความแตกต่างของวัฒนธรรม โดยการเลือกใช้สีอคิลิกเคลือบทับด้วยสีน้ำมันเพื่อเน้นถึงความสมบรูณ์ของการใช้ชีวิต ในที่นี้หมายถึงการใช้ชีวิตที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว ทั้งยังแผงไปด้วยความเชื่อที่ว่าเราควรยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรม หากไม่ยอมรับก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข จากการใช้พื้นหลังเป็นลวดลายของชาวเอเชียและวาดทับด้วยลวดลายให้นูนเด่นด้วยความเป็นตะวันตก เพื่อแสดงให้เห็นความลงตัวของวัฒนธรรมที่แม้จะอยู่ทับซ้อนกันแต่ก็แสดงให้เห็นถึงความกลมกลืนที่ผ่านออกมาจากสีสันของผลงานป๊อปอาร์ต บอกได้ถึงความสุข ความร่าเริงในการใช้ชีวิต
ผลงานทั้งหมดรอให้ผู้เข้าชมสัมผัสประสบการณ์ความสุขของ 3 ศิลปิน ที่ถึงแม้จะแตกต่างทางด้านแง่มุมความคิดแต่ร้อยเกี่ยวกันด้วยมิตรภาพระหว่างวันที่ 3-30 มิถุนายนนี้ ที่ก้อย อาร์ต แกลเลอรี สุขุมวิท 31
"พัชราภรณ์ พลายงาม"



