
ผสมพรรค ผสมพันธุ์
นับตั้งแต่มีการรับสมัครเลือกตั้งทั่วประเทศ พวกเราก็ได้ดูได้ฟัง ได้อ่านข่าวว่าพรรคการเมืองนั้นเป็นร่างทรงของคนนั้นคนนี้ ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ พรรคนั้นน่ารังเกียจ พรรคนี้ถูกรังแก พรรคนั้นถูกรังควาญ บางพรรครังแตก เกิดความสับสนปนเปจนถึงสับสนปนเปื้อนขึ้นในพรรคการเม
และยังมิทันถึงวันเลือกตั้ง การคำนวณจำนวนผู้ที่จะได้รับการเลือกตั้งโดยการออกแบบสำรวจ ซึ่งเรียกว่า โพล (ออกเสียงเป็นโพน ตามแม่ กน จะดีกว่าออกไม่ชัดเป็น โพ) ราชบัณทิตแปลว่าอะไรไม่รู้ แต่น่าจะเป็นคำว่า ผลสุ่ม สำรวจประชามติ เมื่อจำนวนและการคาดเดาออกมา ก็เป็นหน้าที่ของนักข่าวที่จะต้องถามหัวหน้าพรรคว่า...ถ้าไม่ได้จำนวน ส.ส. เป็นที่ ๑ ซึ่งจะมีจำนวนพอในการจัดตั้งรัฐบาลท่านจะผสมกับพรรคไหนบ้าง... ก็ได้รับคำตอบจากหัวหน้าพรรคหรือเลขาฯ พรรค ว่าไม่สามารถผสมพรรคนั้นได้แต่ถ้าพรรคนั้ๆ ก็สามารถผสมได้
การให้สัมภาษณ์มีการเปลี่ยนแปลงเกือบทุกวัน จนประชาชนที่พูดว่า ”มึน” กลายเป็นมึน ที่เขาพูดอย่างนั้นก็เพราะนโยบายของบางพรรค จุดกำเนิดเกิดขึ้นเป็นพรรค หัวหน้าพรรค พฤติกรรมรวมของบางพรรค และพฤติกรรมของผู้บริหารพรรคและ ส.ส.บางคน เป็นประเภท “หื่น” คนเราถ้าลองหื่นเสียแล้วก็ถึงอาการ “หน้ามืด” และเมื่อหน้ามืด การเสพกามก็ไม่เว้นว่าเป็นอะไร กะใคร แม้กระทั่งศพ สัตว์เดรัจฉาน แล้วผลิตผลจากการหื่นจะออกมาอย่างประหลาด
ลองมาดูตัวอย่างการผสมพันธุ์ที่ต่างพันธุกรรมมีผลิตผลเป็นอย่างไร? เช่น
นางสวาหะ เสพกามกับ พระพาย มีลูกออกมาคือ หนุมาน
หนุมาน ผสมพันธุ์กับปลาชื่อนางสุพรรณมัจฉา มีลูกออกมาคือ มัจฉานุ
พระอภัยมณี เสพกามกับนางเงือก มีลูกออกมาคือ สุดสาคร
พระอภัยมณี เสพกามกับนางยักษ์ มีลูกออกมาคือ สินสมุทร ฯลฯ
ถึงแม้ว่าเป็นวรรณคดี เราก็ต้องมองเห็นความหื่นว่ามีผลต่อภาพลักษณ์ และเมื่อมีลูกออกมาก็จะมีความอัปลักษณ์ เข้ากับพันธุกรรมของพ่อก็ไม่ได้จะเข้ารวมพันธุกรรมกับแม่ก็ไม่ได้ กลายเป็น สัตว์ประหลาด คนประหลาด
การรวมตัวของพรรคการเมืองหลังเลือกตั้ง เราจะเห็นความหื่นจนหน้ามืด แล้วก็จะเห็นตัวแทนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีและงานออกมาอย่างประหลาด จนอุทานว่า "ตัวอะไรวะเนี่ยะ"
0 พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) 0



