ไลฟ์สไตล์

ศธ.พร้อมให้ความเป็นธรรมต่ออดีตอธิการมอส.

ศธ.พร้อมให้ความเป็นธรรมต่ออดีตอธิการมอส.

06 มิ.ย. 2554

"สุมนต์" เผยปรับการบริหารจัดการมอส. เจอบุคลากรต่อต้าน ชี้เป็นเรื่องธรรมดา เหตุยึดติดอยู่กับของเดิม -ผู้บริหารเดิมยังคงมีอิทธิพลอยู่ เชื่อไม่น่าจะมีปัญหา ห่วงสุดกลัวแก้ปัญหานศ.ป.บัณฑิตนอกที่ตั้งไม่ได้ เตรียมเสนอคณะกรรมการควบคุมฯพิจารณาแก้ไขด่วน 22 มิ.ย.นี้

  (6มิ.ย.) นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) ขอความเป็นธรรมจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และคุรุสภาว่า ศธ.ใช้หลักในการดำเนินงานที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตลอดมา ไม่ว่าจะในส่วนของมอส.เอง ซึ่งก็ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการควบคุมมอส. และให้คณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนก่อนจะดำเนินการจะใช้อำนาจกฎหมายในการถอนใบอนุญาต หรือ สั่งปิดมหาวิทยาลัย  และได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการควบคุมมอส.ให้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านตลอดถึงศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามถ้าพบความเป็นจริงว่ามีกระบวนการถึงขั้นฐานฉ้อโกงประชาชนเราต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและผู้เสียหายก็สามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้เช่นเดียวกัน

 นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนการตั้งนายบัณฑิต  ศรีพุทธางกูร  หัวหน้าผู้ตรวจราชการศธ.เป็นประธานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีผู้บริหารคุรุสภาและกรรมการคุรุสภาบางคน ไปดำเนินการมีส่วนได้เสียกับการเปิดสอนป.บัณฑิตที่ศูนย์นอกที่ตั้งของมอส. นั้นตรงนี้ถือเป็นแนวทางที่จะปกป้องทุกฝ่ายโดยให้คนที่เป็นกลาง ไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 “ถ้าทุกฝ่ายมีความมั่นใจในความสุจริตของตัวเอง ขอให้ออกมาให้ข้อมูลและต่อสู้ในเชิงสืบสวนสอบสวน นอกจากนั้นขอให้ทุกฝ่ายพยามที่จะขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ซึ่งภายในเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาก็ได้มีการไปแจ้งความร้องทุกข์ก็เพื่อต้องการให้เรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งสุดท้ายของทุกฝ่ายที่พยามแสวงหาความยุติธรรม ที่สุดแล้วทุกฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรม ทั้งฝ่ายผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย นักศึกษาหรือเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัย   ก็สามารถใช้สิทธิในการเรียนร้องความเป็นธรรมตามกระบวนการได้  ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมและไม่ไปก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรมเด็ดขาด ส่วนเรื่องการเยียวยานั้นต้องใช้เวลา เพราะอำนาจเด็ดขาดอยู่ที่สภามอส. ซึ่งได้มอบเป็นนโยบายให้คณะกรรมการควบคุมฯซึ่งไปทำหน้าที่เป็นสภามหาวิทยาลัยคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย คือถ้านักศึกษาสุจริต และมาเป็นพยานก็เข้าข่ายที่เราจะต้องคุ้มครองพยานและดูแลตามกฎหมาย  “ นายชินวรณ์ กล่าว  

สุมนต์เผยบริหารจัดการมอส.เจอบุคลากรต่อต้าน

 จากกรณี นายอานนท์ เที่ยงตรง ประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู หรือ ป.บัณฑิต จะลงพื้นที่ที่ ม.อีสาน เพื่อดูหลักฐานการเรียนของนักศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิต ที่สำนักทะเบียนและประมวลผลการศึกษา และ การเรียนของนักศึกษาปริญญาโท จากบัณฑิตวิทยาลัย ม.อีสาน ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้รศ.ดร.สุมนต์  สกลไชย  อธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน(มอส.) และคณะกรรมการควบคุมการดำเนินงานมอส.กล่าวว่า คณะกรรมการกลั่นกรองและตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจากป.บัณฑิตของมอส.ได้คัดแยกกลุ่มผู้เรียนเพื่อเสนอนายอานนท์ ไว้พอสมควร แต่ไม่ทั้งหมด

  เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องตามหาหลักฐานจากที่ต่างๆ ซึ่งผู้รับผิดชอบเดิมมักอ้างว่าอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ทั้งที่ความจริงข้อมูลทุกอย่างควรอยู่ที่มหาวิทยาลัย จึงอยากให้นักศึกษาเป็นฝ่ายให้ข้อมูล รายงานตัวกับมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม เพราะขณะนี้มีข้อมูลนักศึกษาเพียง 500 กว่าคนเท่านั้น จากนักศึกษาเรียน ป.บัณฑิต ศูนย์นอกที่ตั้งทั้งหมดมากกว่า 2,000 คน จึงอยากให้ทุกคนมารายงานตัวด้วย

 รศ.ดร.สุมนต์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่รับหน้าที่อธิการบดีมอส.มาครบ 1 เดือนได้รับความร่วมมือจากผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัย เป็นอย่างดี   ส่วนความร่วมมือจากบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย ตนได้เข้าไปจัดระบบการบริหารจัดการใหม่ และได้รับการต่อต้าน อาทิ เดิมการลงชื่อเข้าทำงานใช้การเซ็นชื่อก็มีการเซ็นชื่อทั้งไปและกลับ นำเครื่องสแกนลายนิ้วมือเข้ามาตรวจสอบการทำงาน เป็นต้น

  ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่บุคลากรมักจะยึดติดอยู่กับของเดิม และเข้าใจว่าผู้บริหารเดิมก็ยังคงมีอิทธิพลอยู่ ก็ทำให้บุคลากรบางคนไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่หนักใจที่สุดคือ การแก้ไขปัญหานักศึกษาป.บัณฑิต เพราะส่วนใหญ่เรียนศูนย์นอกที่ตั้งที่ไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุม ฯ ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ว่าคณะกรรมการควบคุมฯ จะพิจารณา หรือต้องเสนอสกอ.
 
 ด้านดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหานักศึกษาป.บัณฑิต ศูนย์นอกที่ตั้งที่ไม่ได้รับการรับรองจากสกอ.นั้น เป็นเรื่องที่คณะกรรมการควบคุมฯ ซึ่งทำหน้าที่สภามหาวิทยาลัยอีสาน ต้องพิจารณาตัดสินก่อน หากเห็นว่านักศึกษาที่เรียนศูนย์นอกที่ตั้ง แม้จะเป็นศูนย์นอกที่ตั้งที่ไม่ได้การรับรอง แต่สามารถจัดการเรียนการสอนถูกต้อง มีหลักฐานชัดเจนยืนยันได้ว่าเรียนจริง ฝึกสอนจริงครบถ้วน สภามหาวิทยาลัยจะสามารถอนุมัติย้อนหลังได้หรือไม่

 ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าสภามหาวิทยาลัยคงรู้สึกหนักใจ ที่จะอนุมัติว่าการจัดการเรียนศูนย์นอกที่ตั้งถูกต้อง และการอนุมัติย้อนหลังก็ต้องพิจารณาเหตุผลว่าสมควรหรือไม่ จึงจะเสนอเรื่องให้ คณะกรรมการการอุดมศึกษา พิจารณา ซึ่ง กกอ.ก็จะพิจารณาอนุมัติเป็นรายบุคคล และจะถือเป็นกรณีเฉพาะของม.อีสาน แห่งเดียวเท่านั้น ไม่ผูกมัดกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ