
จิตใต้สำนึก รักเมืองไทย
ช่วงนี้ไม่ว่าเราจะขับรถเดินทางไปไหนมาไหนก็จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 ฝั่งถนนจะเต็มไปด้วยป้ายโฆษณาหรือหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ มากมายก่ายกองและทุกๆ ป้ายก็จะมีข้อความต่างๆ เขียนเพื่อชวนเชื่อว่านโยบายของพรรคเราจะทำอย่างนั้น จะทำอย่างนี้
ส่วนภาพผู้สมัครลงเลือกตั้งบางคนก็จะมีใบหน้าอันหล่อเหลา บางคนก็ไม่หล่อ บางคนก็ทำหน้าตายุ่งเหยิง แต่ผมก็เห็นบางป้ายที่มาแปลก นำหน้าสัตว์ต่างๆ จำพวกลิง เสือ มาใส่บนตัวคนที่แต่งตัวใส่สูทผูกไทอย่างหล่อ แถมเขียนด้วยว่า อย่าปล่อยสัตว์เข้าสภา อันนี้ผมได้แต่คิดในใจว่า อืม! เล่นแรงนะ แต่อีกมุมหนึ่งผมก็คิดว่าก็คงเป็นการเตือนสติประชาชนให้มีวิจารณญาณในการเลือก ก็คือไม่แน่ใจก็ให้กาลงในช่องงดออกเสียง ซึ่งจะว่ากันจริงๆ แล้วก็ดูเหมือนเป็นการรณรงค์ให้ชาวไทยที่สับสนทางการเมืองโดยไม่รู้จะเลือกพรรคไหนดี ได้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกผู้แทนราษฎร ให้สมกับเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แบบนั่นเอง
และอีกนัยหนึ่งตามความคิดของผมก็คือ ป้ายที่เราเห็นกันอย่างมากมายในตอนนี้มันก็เหมือนกับเป็นการสนับสนุนให้ช่างทำป้ายหรือทำงานไม้งานสีอิงเจ็ทมีงานทำในช่วงนี้กันอย่างถ้วนหน้า ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการสนับสนุนหรือส่งเสริมแผนพัฒนาชาติฉบับที่ 7 ซึ่งว่าด้วยการกระจายรายได้สู่ภูมิภาคอย่างกว้างขวาง เออ! แต่แผนพัฒนาชาติฉบับที่ 7 มันก็คงมีอายุ เกือบๆ 20 ปีแล้วนี่ และผมก็คิดในใจว่า แล้วเราเอามาเขียนทำไมว่ะ เออนั่นนะซิ
แต่อะไรก็แล้วแต่แผนพัฒนาชาตินั้นก็มีความสำคัญต่อประเทศของเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการกำหนดทิศทางของประเทศเราว่าจะต้องเดินไปทางไหน ซึ่งทุกๆ 5 ปีก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และตอนนี้ประเทศของเราอยู่ในแผนพัฒนาฉบับที่ 10 เดี๋ยวปีหน้าแผนพัฒนาชาติหรือเรียกเต็มๆ ว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ก็กำลังจะออกมาและคิดว่าตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมข้อมูลและก็จะเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยได้แสดงความคิดเห็นนำเสนอแผนพัฒนาชาติอีกด้วยนะครับ
และถ้าท่านผู้อ่านท่านใดที่คิดจะออกไปแสดงความคิดเห็นนำเสนอแผนพัฒนาชาติฉบับที่ 11 กับเขาด้วย ก็ขอฝากนำเสนอ เรื่องการพัฒนาดนตรีไทย ว่าด้วยเรื่องการสร้างรายได้ให้แก่นักดนตรีไทย ซึ่งเปรียบเป็นเสมือนกับผู้ดำรงและสืบสานศิลปวัฒนธรรมประจำชาติไทย เอาไว้ด้วยนะครับ
จบเรื่องของกรมการปกครองไปแล้ว ไหนๆ ก็เขียนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมแล้ว ผมก็จะขอเขียนเรื่องของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมกันบ้าง เพราะว่ามีโครงการที่ดีและมีประโยชน์กับเยาวชนไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมงานแถลงข่าวที่พิพิธภัณฑ์สยามซึ่ง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้จัดขึ้นภายใต้งานที่ชื่อว่า จิตสำนึก รักเมืองไทย โดยมีท่าน พล.ร.อ.รพน คำคล้าย รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกล่าวเปิดงานซึ่งสรุปได้ว่าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาเยาวชนไทยรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความสามารถคู่ไปกับความมีจิตใต้สำนึกของความเป็นไทยโดยได้จัดการประกวดภาพถ่าย สปอร์ตโทรทัศน์และบทเพลง ให้แก่นักเรียนในระดับชั้นมัธยมและอุดมศึกษาโดยมีเงินทุนการศึกษา 500,000 บาท เป็นรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมประกวด
โดยผู้เข้าร่วมประกวดจะต้องมีอายุ 16-25 ปี โดยกำหนดส่งใบสมัครภายในวันที่ 1-30 มิถุนายนนี้ และส่งผลงานในวันที่ 1-12 สิงหาคา โดยรายละเอียดติดต่อได้ที่ 0-2542-3358 หรือ 08-6316-8203 และ 08-6311-1205 ในเวลาราชการ
ส่วนบรรยากาศในการเปิดงานก็จะมีการแสดงของ น้องโน้ต หรือ นายราชวินิต ฉิมท้วม ซึ่งมาร้องเพลงสามัคคีชุมนุมและเป่า ฮาโมนิกา หรือเม้าท์ออร์แกน โดยมี คุณพ่อ นพดล ฉิมท้วม และ นายธีรภัทร บุญจิตติ นักศึกษาจากราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มาร่วมบรรเลงระนาดเอก ซึ่งก็สร้างบรรยากาศความสนุกสนานให้แก่ผู้เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี โดยตัวน้องโน้ตก็จะเป็นพรีเซ็นเตอร์ของกิจกรรม "จิตใต้สำนึกรักเมืองไทย" เนื่องจากเป็นเยาวชนไทยที่มีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีประเภทฮาโมนิการ์เป็นอย่างมาก โดยมี รางวัลชนะเลิศการประกวดเดี่ยวฮาโมนีกาที่ประเทศมาเลเซีย ปี2007 และ รองแชมป์เอเชียแปซิฟิกที่ประเทศสิงคโปร์ ปีที่ผ่านมาและเป็นพรีเซ็นเตอร์เครื่องดนตรีของซูซูกิประเทศญี่ปุ่นเป็นเครื่องยืนยันความสามารถ
ผมเชื่อว่าอีกไม่นานน้องโน้ตจะต้องมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วเมืองไทย เพราะนอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเอาการแล้ว ก็ยังมีคุณพ่อนพดล ฉิมท้วม ซึ่งเป็นข้าราชการครู คอยดูแลการเล่นดนตรีและอบรมบ่มนิสัยเป็นอย่างดี ซึ่งอย่างหลังถือว่ามีความสำคัญมากกว่าสิ่งใดๆ ทั้งสิ้นเลยครับ... สวัสดีครับ
"ขุนอิน"



