
ธรรมะก่อนการเลือกตั้ง
มักมีคำถามจากคนข้างเคียงว่า "การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้จะลงคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองใด"
เมื่อก่อนนี้มักให้คำตอบไปทันทีว่า ให้เลือกพรรคนั้นพรรคนี้ซึ่งอยู่ในใจของเรา ด้วยเห็นว่าจะเป็นผลดีแก่ประเทศชาติและประชาชน
ในกาลต่อมา ก็ได้พบความจริงที่แตกต่างไปจากใจคิดกล่าวคือ นักการเมืองที่เราได้แนะนำให้คนอื่นเลือกนั้นได้สร้างความผิดหวังแก่เราและคนที่เราแนะนำให้เลือก ในครั้งนี้จึงแนะนำไปแต่เพียงว่า สุดแท้แต่ใจจะไตร่ตรองให้ถ่องแท้
ถ้าพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบแยบคายด้วย “โยนิโสมนสิการ” แล้ว ก็ขอให้เลือกนักการเมืองและพรรคการเมืองในใจของแต่ละคนนั้นเถิด หรือถ้าไม่เห็นตัวเลือกที่ได้ดั่งใจ ก็ขอให้ไปใช้สิทธิ “โหวตโน” (ไม่ประสงค์ลงคะแนน) ตามกติกาประชาธิปไตย
ในระหว่างนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหลายต่างมีเวลาใคร่ครวญพิจารณาอย่างมีโยนิโสมนสิการ (การทำไว้ในใจโดยแยบคาย) อย่าด่วนตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งไปก่อนเพราะยังมีเวลาคิดใคร่ครวญอีกมาก การให้เวลากับเรื่องหนึ่งเรื่องใดอย่างมากพอ ย่อมจะช่วยให้เกิดการตัดสินใจที่แจ่มจรัสชัดเจนไม่เอนเอียงไปตามกระแสเสียงของคนอื่น และความรู้สึกเพียงชั่ววูบของตนเอง
การตัดสินใจที่ผิดพลาดในอดีตของแต่ละคน น่าจะเป็นบทเรียนให้เกิดความระงับยับยั้งชั่งใจได้มากขึ้น และทำให้แต่ละคน “ไม่เชื่อหัวไอ้เรือง” มากเกินไปนัก ดังคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏในกาลามสูตรนั่นแหละ ที่จะไม่ให้ด่วนเชื่อคนอื่นแม้กระทั่งครูบาอาจารย์ และไม่ด่วนเชื่อตนเองแม้จะถูกจริตนิสัยของตนอย่างไรก็ตาม
ปราชญ์อาหรับท่านหนึ่งสอนว่า ถ้าจะตัดสินใจทำการใหญ่ให้ปรึกษาหารือผู้รู้สักสิบคนก่อน ถ้ามีผู้รู้เพียงห้าคนให้ปรึกษาคนละสองครั้ง ถ้ามีผู้รู้อยู่คนเดียวให้ปรึกษาผู้รู้คนนั้นแหละสิบครั้ง
การปรึกษาหารือคนรอบข้างย่อมนำมาซึ่งความรอบคอบและความลังเลได้ทั้งสองอย่าง จึงแนะนำให้ปรึกษาผู้รู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้นๆ ผู้รู้ที่จะให้คำแนะนำอย่างดีนั้นจะต้องปราศจากอคติสี่ คือไม่มีความลำเอียงเพราะชอบ เพราะชัง เพราะหลง เพราะกลัว จึงมีความรอบคอบแยบคายทางความคิด เหมาะจะเป็นที่ปรึกษาหารือ มิใช่ปรึกษาหาเรื่อง
การติดตามข้อมูลข่าวสารในทุกช่องทางก็เป็นการเพิ่ม “ปรโตโฆสะ” ได้อย่างดี โทรทัศน์หลายช่องได้นำผู้สมัครจากหลายพรรคการเมืองมาให้สัมภาษณ์ เพื่อผู้ชมได้ฟังคำพูด ได้เห็นการแสดงออกสำหรับประเมิน ประมาณ ประกอบการตัดสินใจ
พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า เหตุปัจจัยแห่งสัมมาทิฏฐิมีสองประการคือ หนึ่ง ปรโตโฆสะ และสอง โยนิโสมนสิการ ขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหลาย ใช้ธรรมะสองประการนี้ให้จงหนักเถิดเทอญ
ท่านจันทร์ www.prajan.com



