
เล่นหูเล่นตา-คนสะพาน 3 (I)
เร็ว นุช เกด ข้ามเร็วๆ
“เฮ้อ… พี่เนี่ย ทำตัวเป็นคนสะพาน 3 ไปได้”
นังนุชนาฎชอบว่าฉันเป็นคนสะพาน 3 เพราะชอบเดินตามหลังอาม่า อาอึ้ม อาแปะที่เดินข้ามถนนแบบไม่กลัวรถชนและไม่สนไฟเขียว… เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด มันผิดตรงไหน ?
เกือบ 10 ปีที่ฉันสมัครตัวและสมัครใจอาศัยอยู่บนถนนจันทน์ ได้เห็นและเป็นตามแบบที่คนแถวนี้เขาเป็นกัน ออกจะภาคภูมิใจเสียด้วยซ้ำกับวัฒนธรรมของคนถนนจันทน์โดยเฉพาะคนสะพาน 3 ที่ออกมาจับจ่ายหาอะไรใส่ท้องและของกินกลับไปทำที่บ้านในตอนบ่ายไปจรดค่ำ
อาหารริมฟุตบาทนั้นช่างหลากหลายให้ได้อิ่มสบายท้องและสบายกระเป๋า “ก๋วยเตี๋ยวหลอดติ๊งต๊อง” ที่เขียนติดป้ายราคาธรรมดาแพงกว่าพิเศษ อาแปะที่ยังดูแข็งแรงและกระฉับกระเฉงยืนหยิบเส้นก๋วยเตี๋ยวในตะกร้อไม้ไผ่เล็กๆ บนลังถึงนึ่งใส่จานหรือถุง ตามด้วยถั่วงอกลวกสุกพอดี ราดน้ำพะโล้ที่อุดมไปด้วยเต้าหู้ หนังหมู และปลาหมึกแช่ตาม (ที่ใส่ในเย็นตาโฟ) เหยาะน้ำซีอิ๊วหวานเล็กน้อยก่อนที่จะตักกระเทียมเจียวหอมปนกากหมูกรุบกริบที่แช่อยู่ในน้ำมัน ส่งกลิ่นท้าทายต่อมน้ำลายในคอ โรยหน้าด้วยผักชีต้นหอมซอย เหยาะพริกน้ำส้มแบบตำใส่สักนิด จานเดียวคงไม่พอ…
ร้านก๋วยจั๊บน้ำใสที่อยู่ไม่ไกลกับเครื่องในหมูต้ม หมูกรอบทอดใหม่ๆ กวักมือเรียกอยู่ไหวๆ ร้านบะหมี่หมูแดง (หน้าที่จอดรถ) ก็น่ากิน สาคูไส้หมูร้านข้างๆ ก็น่าสนใจ ไม่รู้จะกินอะไรก่อนดี ถ้าตอนนี้ยังไม่หิวก็เดินออกแรงในตลาดก่อนตลาดจะวายคงจะดีกว่า …
ฉันข้ามถนนไปอีกฟาก เดินชมกูร์เมต์ (Gourmet) ริมฟุตบาทราวกับเดินอยู่ในพารากอน แต่ราคาต่างกันลิบ หมูกรอบเป็นชิ้นๆ มันน้อยวางซ้อนกันให้ลูกค้าเลือกชิ้นตามชอบ ร้านนี้ต้องมาไวๆ ถ้าเย็นกว่านี้มีหวังอด แผงปูทะเล ผัก ลูกชิ้น และเครื่องสุกี้ รวมทั้งน้ำจิ้มมีให้ซื้อกลับไปกินในราคาที่ยิ้มได้ แผงหอยลาย หอยแครง หอยกะพงที่มีวนเวียนมาตามฤดูกาลอยู่ใกล้ทางเข้าตลาด หอยตัวอ้วนแถมใบโหระพาให้เป็นกำ ซื้อเยอะก็ลดราคาให้อีก (ฉันชอบลุงกับป้าเจ้านี้จัง) เป็ดพะโล้ เครื่องในเป็ด ตับ กึ๋น ไส้ ปีกและขา วางบนถาดอุ่นร้อนที่คนชอบมามุง เจ้านี้พี่สาวฉันชอบสั่งให้ซื้อไส้เป็ดพะโล้ไปฝาก (ถุงละ 50 บาท) หน้าตลาดมีแผงขนมรวมมิตรน้ำแข็งใสตักใส่ถุง ถุงละ 20 บาท อยู่ติดกับแผงผลไม้ตามใจ เอ๊ย! ตามฤดูกาล ที่บางวันแม่ค้าก็ขายฝรั่งเป็นลูกๆ กินกับน้ำตาลปี๊บผสมน้ำปลาและพริก บางวันก็เปลี่ยนเป็นส้มเช้ง มีทั้งเป็นลูกและหั่นเป็นชิ้นใส่ถุง หน้าไหนที่มีลูกตาลก็จะเอามาปอกขายเป็นถุงๆ แต่ไม่ว่าจะหน้าไหนและผลไม้เปลี่ยนเป็นอะไรก็จะเรียกฉันซื้อทุกครั้งไป จะอยากกินหรือไม่ก็ตาม ก็ต้องอุดหนุนกันไป หัวหมูพะโล้ที่แยกส่วนหู จมูก แก้ม คาง ลิ้น หั่นเป็นชิ้นๆ ชั่งขายตามแต่ลูกค้าจะสั่ง แถมน้ำจิ้มให้เอากลับไปจิ้มแก้เลี่ยน นี่ก็เจ้าประจำที่สีเกดและนุชนาฎชอบเบ้ปากเวลาที่ฉันชี้สั่งเอาส่วนต่างๆ
“อึ๋ย… คนอะไรก็ไม่รู้ กินหัวหมู หู จมูก ลิ้น กินตีนไก่ ตูดไก่…”
นังนุชนาฎมันพร่ำว่าฉันไป ฉันก็ไม่เคยใส่ใจ ก็ฉันมันคนจีนนี่นา เตี่ยกับแม่เอาอะไรเลี้ยงฉันมาตอนเด็ก ตอนโตฉันก็หากินแบบนั้นแหละ อย่างนี้ไงถึงได้เรียกว่า “วัฒนธรรมการกิน” ออกจะลึกล้ำซับซ้อนมีที่มาที่ไปอันยาวนานที่ลูกหลานต้องสืบต่อ ในฝั่งเอเชีย นอกจากไทยแล้ว จีนนี่แหละตัวกลั่น มีการเลือกวัตถุดิบและขั้นตอนวิธีการปรุงที่ซับซ้อน ประณีต พิลาศพิไลไม่เหมือนใคร จนเรียกได้ว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ส่วนใครจะไปเห่ออาหารญี่ปุ่นตามรอยเชฟกระทะเหล็กก็ไม่ว่ากัน สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถบริโภคได้ทุกวันเพราะมันแพ้งแพงน่ะเซ่ ฉันชอบอะไรที่มันเอื้อมถึง คุ้นเคยและสัมผัสได้ ดังนั้นนิสัยในการบริโภคของฉันก็เป็นไปตามนั้น ซื้อกินต้องไม่แพง ทำเองก็ยิ่งประหยัด จะมีอะไรที่ฉันจะทำได้ดีไปกว่าสิ่งที่แม่สอนมาและทำให้กินมาตั้งแต่เด็กถ้าไม่เป็นอาหารจีนและไทย
จะว่าไปแล้วคู่แข่งที่น่ากลัวแบบเรื่อยๆ เรียบๆ ในวงจรการบริโภคของคนจีนและไทยในบ้านเราก็คือ อาหารอิตาเลียน…พิซซ่า กินกันได้ทุกบ้าน แต่กินทุกวันคงไม่ไหว ถาดละตั้งหลายร้อย (ใครที่รวยๆ จะค้อนฉันก็ช่าง ฉันกำลังพูดกันถึงคนทั่วไปนิ!) สปาเกตตีซอสมะเขือเทศ หรือ คาโบนาร่า (ซอสครีมขาว) ใครๆ คงคุ้นเคย แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าคนอิตาเลียนก็คือคนจีนในฝั่งยุโรป 2 ชาตินี้เขาคล้ายกันจนน่าประหลาดใจ
อย่างแรกเขาพูดจาเสียงดังล้งเล้งมาก เขามีแก๊งมาเฟียกันทั้งคู่ เขามีอาหารที่เป็นข้าวและเส้นหมี่ต่างๆ ข้าวของคนจีนก็เหมือนข้าวคนไทย แต่ข้าวอิตาเลียนจะเม็ดอ้วนๆ สั้นๆ และแข็งกว่า วิธีหุงก็คนละแบบเรียกว่า รีซอตโต้(Risotto) ส่วนเส้นต่างๆ ของคนจีนมีทั้งเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นบะหมี่ คนจีนเรียกว่า “เมี่ยน” ส่วนอิตาเลียนเรียกว่า “พาสต้า” (Pasta) ที่น่ารักกว่านั้นคือ 2 ชาตินี้เขามี “เกี๊ยว” ของจีนจะเป็นแป้งห่อไส้ต่างๆ ทั้งไส้หมู ไส้กุ้ง ไส้เนื้อ ไส้ผัก ที่คนไทยเรียกว่า “เกี๊ยว” ส่วนของอิตาเลียนจะเป็นแป้งห่อไส้ชีส เห็ด ผักโขม และเนื้อสัตว์ต่างๆ ซึ่งเรียกว่า “ราวิโอลี่” (Ravioli)
วันก่อนฉันดูช่องเอ็กซ์พลอร์ (Explore) มีเชฟชาวอิตาเลียนสาธิตการทำอาหารแบบทัสคานี (Tuscany - เมืองหนึ่งในอิตาลี) เขาเอาหัวหมู เครื่องในหมู มาทำอาหาร ฉันถึงได้รู้ว่าทั้งจีนและอิตาเลียนเขาคือคู่แฝดคนละฝั่ง … ฝั่งเอเชียและฝั่งยุโรป แค่ชอบกินหัวหมูกับเครื่องใน แล้วใครๆ ก็ชอบมองหน้าฉันแปลกๆ โดยเฉพาะนังนุช ฉันก็เลยโม้ไปไกลถึงอิตาลีโน่น คามจริงก็ยังอยู่ที่เดิม …
ตลาดสะพาน 3 ยังไม่ได้เข้าตลาดเสียที ขอแวะเลือกผักหน้าตลาดเจ้าประจำของฉันก่อน เห็ดหอมสด คะน้าฮ่องกง กวางตุ้งไต้หวัน ปวยเล้ง ผักบุ้ง ผักกระเฉด สะตอ (เม็ดโตมาก นอกฤดูกิโลละ 500) บร็อคโคลี่ ฯลฯ ทุกอย่างคัดตัดเอาแต่สวยๆ มาขาย ฉันชอบสั่งผักกระเฉดที่ก้านและยอดอ่อนๆ ก่อนเข้าตลาด แม่ค้าจะได้มีเวลาลอกและเด็ดผักกระเฉดงามๆ ให้ฉันถุงใหญ่ๆ หอบกลับไปผัดพริกกระเทียมน้ำมันหอยอร่อยๆ ที่บ้าน เพราะสั่งกินตามร้านทีไรน้ำตาจะไหล จานเล็กนิดเดียว 100 บาท บางร้านถึง 200 อยากกินเยอะๆ อ่อนๆ สดๆ ก็ต้องซื้อกลับไปทำเองที่บ้าน จะได้กินกันทั่วทุกคน
คราวหน้าจะพาเข้าไปชมตลาด แล้วคุณจะรู้ว่า เงินมันมีค่ามากกว่าที่คิด
เจนนิเฟอร์ คิ้ม



